
ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย แต่มีสิ่งที่น่าจับตากว่านั้น คือ “ค่าไฟ” ที่ทำลังจ่อขึ้นตาม
ไม่นานมานี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศรับฟังความคิดเห็นเรื่อง “ค่า Ft” หรือการปรับค่าไฟที่ขึ้นลงตามต้นทุน ที่เราอาจจะได้จ่ายค่าไฟ 3.95 ถึง 4.59 บาทต่อหน่วย ในรอบเดือน พ.ค. - ส.ค. 69
ทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้น
โครงสร้างการผลิตไฟฟ้าบ้านเราใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก คิดเป็น 60% ของการผลิตไฟทั้งหมด และ LNG กว่า 50% ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะทรัพยากรในประเทศยังมีจำกัด ส่วนพลังงานหมุนเวียน แม้จะเติบโตขึ้น แต่ยังมีสัดส่วนน้อย และยังแทนก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นพลังงานหลักได้ไม่เต็มที่ ทำให้ต้นทุนค่าไฟขึ้นลงตามราคาพลังงานตลาดโลกโดยตรง
แหล่งผู้ส่งออก LNG ถูกโจมตี และอาจใช้เวลาฟื้นฟูถึง 5 ปี
การโจมตีแหล่งก๊าซในตะวันออกกลาง ส่งผลตรงต่อ North Dome ของกาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิต LNG รายใหญ่ที่ส่งออกทั่วโลกถึง 20% ความเสียหายทำให้บริษัท Qatar Energy ประกาศหยุดส่งก๊าซชั่วคราว มีการประเมินไว้ว่าซัพพลาย LNG โลกจะหายไป 5-8% และอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟู 4-5 ปี เพราะโรงงานแก๊สมีจำกัดและการซ่อมหรือสร้างใหม่ต้องใช้เงินทุนสูงมาก
เมื่อก๊าซขาดแคลน ก็ส่งผลให้ตอนนี้ราคาก๊าซ LNG พุ่งขึ้นแล้วกว่า 120% จากเดิม 11 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู เป็น 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู และมีแนวโน้มว่าอาจพุ่งต่อไปถึง 170%
ทางออกไทย คือประชาชนค่าไฟพุ่ง?
การตรึงค่าไฟไม่เหมือนตรึงราคาน้ำมัน เพราะไทยไม่มีกองทุนไฟฟ้า รัฐจึงต้องช่วยลดต้นทุนโดยให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) แบกรับค่าเชื้อเพลิงบางส่วน แต่ตอนนี้ราคาก๊าซ LNG พุ่งสูงมาก ถ้ารัฐยังให้แบกรับต่อ ค่าไฟก็อาจแพงขึ้นในระยะยาวได้
และดูเหมือนว่าการพิจารณาปรับค่าไฟขึ้นตามราคาตุ้นทุนของ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ก็อาจเพิ่มภาระให้กับผู้บริโภคมากเกินไป เพราะก่อนหน้านี้ก็ต้องรับมือกับน้ำมันที่แพงขึ้นอยู่แล้ว
ที่จริงเราอาจตรึงค่าไฟให้อยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วยหรือต่ำกว่าได้ ถ้าเปลี่ยนวิธีคำนวณราคาอ้างอิงราคานำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศซาอุดิอาระเบีย แล้วใช้ราคาก๊าซเฉลี่ย (Pool Gas) แทน ก็อาจช่วยลดต้นทุนไฟฟ้า ทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ไม่พุ่งสูงเกินได้
รวมถึงอาจต้องกลับมาใช้โรงไฟฟ้าเก่า เช่น ถ่านหินหรือพลังน้ำ เพราะที่ผ่านมาแม้ไทยจะมีกำลังผลิตสำรองสูง แต่ก่อนหน้านี้บางโรงไฟฟ้าถูกปิดเพราะกำลังผลิตเกินความต้องการของประเทศ
สะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบพลังงานไทย ที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาตินำเข้าและการผันผวนของราคาพลังงานโลกทำให้ค่าไฟฟ้าไทยมีความไม่แน่นอนสูง จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ประชาชนทั่วไป ภาคบริการ ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล รวมถึงการลงทุนทำ Data Center ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก
วิกฤตในครั้งนี้อาจทำให้ไทยต้องหันมาพิจารณา ปรับระบบพลังงานของประเทศ โดยเน้นพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาก๊าซนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้ค่าไฟไม่กระทบผู้บริโภคมากจนเกินไป เมื่อราคาพลังงานโลกผันผวน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อก! Oracle ปลดพนักงาน 3 หมื่นคน หลังทุ่มลงทุน AI
บริษัท Oracle ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์สัญชาติอเมริกัน ประกาศปลดพนักงานทั่วโลกกว่า 30,000 คน โดยเฉพาะในอินเดียที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

จับตา IRGC คืนนี้ ! หลังขู่สหรัฐฯ เล็งโจมตี “18 บริษัทอเมริกัน” หากลอบสังหารผู้นำระดับสูงอิหร่านอีก
