ทำไม ทุนมนุษย์ ถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยยุค AI
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ทำไม “ทุนมนุษย์” ถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยยุค AI?

Clock Icon

22 กรกฎาคม 2569

ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศหนึ่งในระยะยาว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติหรือทำเลที่ตั้งเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ได้แก่ จำนวนแรงงาน เงินทุนและเทคโนโลยี และประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ 

โดยประสิทธิภาพส่วนนี้เรียกว่า ผลิตภาพโดยรวมของปัจจัยการผลิต (Total Factor Productivity: TFP) เป็นตัวแปรที่สะท้อนว่าประเทศสามารถใช้แรงงานและทุน เช่น เครื่องจักร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน ให้เกิดผลลัพธ์ได้ดีแค่ไหน

ซึ่งสิงคโปร์ คือกรณีศึกษาที่ชัดเจน เพราะแม้ประเทศนี้จะแทบไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่ก็สามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงได้ภายในเวลาไม่ถึง 50 ปี ด้วยการลงทุนพัฒนาคนอย่างเป็นระบบ

⚫แล้วไทยล่ะ?

ตอนนี้ไทยกำลังเจอโจทย์ใหญ่หลายด้านพร้อมกัน ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่ทำให้คนวัยทำงานลดลง ขณะที่ค่าจ้างและต้นทุนต่างๆ สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแรงงาน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่จาก AI ระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป)

เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังเปลี่ยนวิธีการผลิต การค้า และการให้บริการทั่วโลก ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาคนให้มีทักษะที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ หากไทยไม่สามารถพัฒนาคนให้มีทักษะและความสามารถสูงขึ้นได้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ประเทศก็มีความเสี่ยงที่จะติดอยู่ใน “กับดักรายได้ปานกลาง” ต่อไปอีกหลายทศวรรษ

⚫ยุทธศาสตร์ “คนไทยยกกำลังสอง” ยกระดับโครงสร้างกำลังคนทั้งระบบ

เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายนี้ รัฐบาลจึงเดินหน้าแนวคิด “THAILAND² หรือ คนไทยยกกำลังสอง” เพื่อเปลี่ยนการพัฒนาคน จากการผลิตแรงงานให้ตรงกับงานที่มีอยู่ ไปสู่การสร้างคนที่สามารถ สร้างงาน ทำธุรกิจ และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้

แนวคิดนี้เป็นความร่วมมือของ 5 กระทรวง ครอบคลุมตั้งแต่ภาคเกษตร การศึกษา อุดมศึกษาและการวิจัย การพัฒนาสังคม ไปจนถึงแรงงาน เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศด้วยการพัฒนาคนในทุกช่วงวัย ให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้วยแรงงานต้นทุนต่ำ ไปสู่การแข่งขันด้วยเทคโนโลยี ความรู้ และทักษะเฉพาะทาง

เพราะประเทศที่สามารถสร้างบุคลากรที่มีความรู้ และความเชี่ยวชาญในด้านเหล่านี้ได้มาก ก็จะมีโอกาสสร้างอุตสาหกรรมใหม่และดึงดูดเงินลงทุนได้มากกว่า

การศึกษาและการพัฒนาทักษะ จึงต้องเปลี่ยนจากการเรียนหลักสูตรเดียวแล้วใช้ความรู้เดิมไปตลอดชีวิต มาเป็นการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการในอีก 10 ปีข้างหน้า อาจแตกต่างจากทักษะที่ต้องการในวันนี้อย่างมาก

ที่เห็นได้ชัดเลยคือการมาของ Physical AI ที่กำลังทำให้ AI เข้าไปมีบทบาทในโลกการทำงานจริงมากขึ้น ตั้งแต่การควบคุมหุ่นยนต์ เครื่องจักร รถยนต์ ไปจนถึงระบบอัตโนมัติ ทำให้ทักษะที่จำเป็นในอนาคตไม่ได้มีแค่การใช้คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรม แต่รวมถึงความสามารถในการใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับงานของตัวเองด้วย

ดังนั้น การพัฒนาคนจึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่คือการทำให้คนในแต่ละอาชีพ ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าให้กับงานของตัวเอง เช่น เกษตรกรใช้ข้อมูลวางแผนการผลิต แรงงานควบคุมและทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ หรือวิศวกรพัฒนา AI สำหรับภาคอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน ไทยกำลังเร่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะ เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของรถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบ AI โดยรัฐบาลตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท ระหว่างปี 69–93 พร้อมพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า การดึงเงินลงทุนเข้าประเทศเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของโจทย์ เพราะต่อให้ไทยมีโรงงานและเทคโนโลยี แต่หากขาดวิศวกร นักวิจัย และช่างเทคนิคที่มีทักษะตรงกับความต้องการ อุตสาหกรรมก็อาจต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และทำให้ไทยไม่ได้รับประโยชน์หรือมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนอย่างเต็มที่

อีกอุตสาหกรรมที่ไทยมีโอกาสเติบโตคือ Wellness และการแพทย์ เพราะไทยมีทั้งระบบการแพทย์ การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการที่แข็งแรงอยู่แล้ว แต่หากต้องการยกระดับจากการให้บริการทั่วไป ไปสู่ธุรกิจที่สร้างมูลค่าสูงขึ้น ไทยต้องมีทั้ แพทย์ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสุขภาพ 

จึงมีแผนสนับสนุนเงินลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมการแพทย์ ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร งานวิจัย และเทคโนโลยีสุขภาพ ไปจนถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างขีดความสามารถใหม่และเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจสุขภาพของไทย

⚫แต่การพัฒนาคนจะไม่เกิดผล หากไม่มีระบบรองรับให้สร้างมูลค่า

อีกโจทย์สำคัญของไทยคือ ทำอย่างไรให้องค์ความรู้และงานวิจัยสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้จริง เพราะการมีนักวิจัยหรือผลงานวิจัยจำนวนมาก ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจจะได้ประโยชน์ หากความรู้เหล่านั้นไม่ถูกนำไปต่อยอดเป็น สินค้า บริการ หรือธุรกิจ แนวคิด “คนไทยยกกำลังสอง” จึงมุ่งเชื่อมมหาวิทยาลัย นักวิจัย สตาร์ทอัพ ภาคเอกชน และแหล่งทุน เข้าด้วยกัน เพื่อให้ความรู้ ถูกต่อยอดสู่งานวิจัย ไปนวัตกรรม ธุรกิจ และอุตสาหกรรมได้จริง

หากมองในภาพรวม คนไทยยกกำลังสอง จึงไม่ใช่แค่แผนพัฒนาทักษะคน แต่เป็นการวางระบบให้การศึกษา งานวิจัย เงินทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมทำงานเชื่อมโยงกัน เพื่อให้คนไทยสามารถนำความรู้ไปสร้างงาน สร้างธุรกิจ และเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจได้จริง เพราะในเศรษฐกิจยุคใหม่ การมีคนจำนวนมากหรือมีเงินลงทุนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือการทำให้คนมีทักษะตรงกับความต้องการ และมีโอกาสนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการพัฒนาทุนมนุษย์จึงมีความสำคัญต่ออนาคตเศรษฐกิจไทย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โรมาเนียถูกแฮกเกอร์ลบทะเบียนที่ดินทั้งประเทศ_บทเรียนใหญ่ของการเก็บข้อมูลรัฐบนโลกดิจิทัล
ต่างประเทศสังคม

โรมาเนียถูกแฮกเกอร์ลบทะเบียนที่ดินทั้งประเทศ! บทเรียนใหญ่ของการเก็บข้อมูลรัฐบนโลกดิจิทัล

วันที่ 14 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา โรมาเนียเผชิญเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ หลังหน่วยงานทะเบียนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ หรือ ANCPI ถูกแฮกเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า ByteToBreach เจาะระบบ

clock12 ชั่วโมงที่แล้ว
OpenAI_ออกมายอมรับ_หลัง_AI_หลุดการควบคุมระหว่างทดสอบ_จนไปเจาะระบบ_Hugging_Face
ต่างประเทศสังคม

OpenAI ออกมายอมรับ! หลัง AI หลุดการควบคุมระหว่างทดสอบ จนไปเจาะระบบ Hugging Face

clock17 ชั่วโมงที่แล้ว
ดีอีงัดไม้ตาย_ประกาศใช้_Fast_track_ปิด_URL_ผิดกฎหมาย_หลังคนไทยเสียหายปีละแสนล้าน

ดีอีงัดไม้ตาย! ประกาศใช้ Fast-track ปิด URL ผิดกฎหมาย หลังคนไทยเสียหายปีละแสนล้าน

clock1 วันที่แล้ว