
ธุรกิจไอที
EU เปิดเกมคุม Big Tech รอบใหม่ จ่อขยายกฎสู่ Cloud และ AI สะเทือนยักษ์เทคทั่วโลก
29 เมษายน 2569
สหภาพยุโรป ส่งสัญญาณเตรียมขยายมาตรการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ จากเดิมที่เน้นแพลตฟอร์มอย่าง Search Engine , Social Media และ App Store ไปสู่ธุรกิจ Cloud Services และ Artificial Intelligence (AI) ซึ่งกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก
จะสิ้นสุดอำนาจผูดขาดได้สักที?
ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ที่ EU ใช้ควบคุมอำนาจตลาดของ Big Tech ในช่วงที่ผ่านมา เป้าหมายหลักคือป้องกันไม่ให้บริษัทขนาดใหญ่ “ใช้อำนาจผูกขาดตลาด” หรือ “กีดกันผู้เล่นรายเล็กจากการแข่งขัน” อย่างเป็นธรรม
“กฎหมาย DMA” บังคับอะไรบ้าง?
ห้ามเอาบริการตัวเองขึ้นอันดับเหนือคู่แข่งแบบไม่เป็นธรรม
ต้องเปิดให้ผู้ใช้ลบแอปฯ ที่ติดมากับเครื่องได้
ต้องให้แอปฯ จากภายนอกติดตั้งได้ (บางกรณี)
ต้องเปิดทางให้คู่แข่งเชื่อมต่อบริการบางส่วนได้
ห้ามใช้ข้อมูลจากผู้ขายรายย่อยบนแพลตฟอร์ม ไปใช้แข่งขันกับร้านค้าเหล่านั้นเอง
ล่าสุด หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรประบุว่า กฎในอนาคตอาจต้องมองไกลกว่าการคุมแพลตฟอร์มผู้บริโภค เพราะบริการอย่าง Cloud และ AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจในยุคใหม่
หากแนวทางนี้เกิดขึ้นจริง บริษัทที่น่าจะถูกจับตามองมากขึ้นคือ Amazon Web Services (AWS) , Microsoft Azure และ Google Cloud ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดคลาวด์โลก รวมถึงบริการ AI จากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีโอกาสครองตลาดในระยะยาว
ตลาด Cloud - AI ต้องมีความเป็นธรรมมากขึ้น
เป้าหมายคือทำให้ตลาด แข่งขันได้มากขึ้น หากมีบริษัทเพียงไม่กี่รายที่ควบคุมทั้งระบบคลาวด์ ข้อมูล และ AI พร้อมกัน อาจทำให้การแข่งขันลดลง ผู้ใช้งานย้ายระบบได้ยาก และบริษัทหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันลำบากกว่าเดิม
ซึ่งบริษัท Apple ก็ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าหากกฎควบคุม Big Tech ของ EU เข้มงวดเกินไป อาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของผู้ใช้ และลดแรงจูงใจในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ
บริษัทที่มีสิ่งนี้ = ได้เปรียบกว่าคนอื่น
เพราะการแข่งขันในยุค AI ตอนนี้ ไม่ได้แข่งกันแค่ว่าใครมีโมเดลที่เก่งหรือฉลาดกว่ากันแล้ว แต่แข่งกันที่ว่าใครมี “โครงสร้างพื้นฐาน” แข็งแกร่งกว่ากัน ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่ว่านี้ ได้แก่ Cloud , Data Center, ชิปประมวลผล และระบบผู้ใช้งานจำนวนมาก เพราะทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้ AI เติบโตและใช้งานได้
หมายความว่าบริษัทที่ถือสิ่งเหล่านี้ในมือ จะได้เปรียบมากกว่าคนอื่น และอาจทำให้บริษัทใหม่ๆ ที่เข้ามาแข่งขันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายฝ่ายจับตา เพราะถ้ายุโรปเริ่มออกกฎคุม Cloud และ AI จริง ผลกระทบจะไม่ได้อยู่แค่ในยุโรป แต่ก็อาจจะสะเทือนไปถึงบริษัทเทคทั่วโลกทันที
เพราะที่ผ่านมา EU เคยทำแบบนี้มาแล้วกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่าง GDPR ซึ่งสุดท้าย
หลายประเทศก็ใช้แนวทางคล้ายกันตามมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รีแบรนด์ครั้งใหญ่! ปิดตำนาน Freepik เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Magnific”
ล่าสุด Freepik ก็รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Magnific” สะท้อนทิศทางใหม่ของบริษัทที่กำลังลบภาพจำแพลตฟอร์มรวมคลังภาพหรือกราฟิกสำเร็จรูป เพื่ออัปเกรดเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างผลงานได้ครบวงจรกว่าเดิม

รีแบรนด์ครั้งใหญ่! ปิดตำนาน Freepik เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Magnific”

พี่มาร์คเตรียมเดินเกม “พลังงานจากอวกาศ” ป้อน Data Center ใช้ได้แบบ เช้า กลางวัน เย็น!
