อังกฤษหันพึ่งหุ่นยนต์จีน เมื่อเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหา อาจกลายเป็นความเสี่ยงในอนาคต
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

อังกฤษหันพึ่งหุ่นยนต์จีน? เมื่อเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหา อาจกลายเป็นความเสี่ยงในอนาคต

Clock Icon

5 สิงหาคม 2569

หลายประเทศในโลกตะวันตกกำลังพยายามลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีน เพราะมองว่าอาจกระทบต่อความมั่นคงและการพึ่งพาในระยะยาวแต่ดูเหมือนว่าอังกฤษกลับดูเหมือนจะเดินสวนทาง

วันนี้ บริษัทค้าปลีกและโลจิสติกส์รายใหญ่หลายแห่งในอังกฤษ เริ่มนำหุ่นยนต์จากบริษัทจีนเข้ามาใช้งานมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและลดต้นทุนการดำเนินงาน

แต่สิ่งที่น่าคิดต่อคือ แม้หุ่นยนต์เหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น แต่อังกฤษกำลังแลกสิ่งนั้นกับการพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีนมากขึ้นหรือไม่

และหากวันหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานของภาคธุรกิจต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศมากเกินไป นั่นจะกลายเป็นความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงในอนาคตหรือเปล่า

🔴อังกฤษเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน “จนต้องหันมาพึ่งหุ่นยนต์”

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อังกฤษกำลังเจอปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกและคลังสินค้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก Brexit และโควิด-19 ที่ทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงานทำได้ยากขึ้น

เมื่อคนทำงานไม่พอ แต่ความต้องการของผู้บริโภคก็ยังมีอยู่ ธุรกิจจึงต้องหาตัวช่วยใหม่เข้ามาแทนและดูเหมือนว่า หุ่นยนต์จากบริษัทจีนอย่าง Geek+ จะกลายเป็น "กู๊ดช้อยส์" เพราะตอนนี้ถูกนำไปใช้งานในคลังสินค้าของผู้ค้าปลีกรายใหญ่หลายแห่งในอังกฤษ

🔴ทำไมธุรกิจอังกฤษถึงเลือกหุ่นยนต์จากจีน?

เหตุผลหลักๆก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง "ความคุ้มค่า" เพราะหุ่นยนต์ของ Geek+ สามารถเคลื่อนที่ได้เองภายในคลังสินค้า ช่วยขนย้ายสินค้า หยิบสินค้า และลำเลียงสินค้าได้อย่างอัตโนมัติ

ที่สำคัญ ระบบติดตั้งได้รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรื้อคลังสินค้าเพื่อสร้างระบบสายพานใหม่ ทำให้ธุรกิจเริ่มใช้งานได้ในระยะเวลาไม่นาน และใช้งบลงทุนต่ำกว่าหลายเทคโนโลยีในตลาด

ด้วยเหตุนี้ บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของอังกฤษอย่าง Tesco, Asda และ Next จึงเลือกใช้โซลูชันจากจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

🔴 จีนไม่ได้ขายแค่หุ่นยนต์ แต่กำลังส่งออก "อิทธิพลทางเทคโนโลยี"

ความสำเร็จของ Geek+ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะบริษัทเก่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการที่รัฐบาลจีนลงทุนและผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มาอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของจีนจึงไม่ใช่แค่ใช้หุ่นยนต์แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศ แต่ยังต้องการสร้างอุตสาหกรรมที่สามารถแข่งขันกับบริษัทตะวันตก และส่งออกเทคโนโลยีไปทั่วโลก

ผลลัพธ์คือ วันนี้บริษัทจีนสามารถผลิตหุ่นยนต์ที่มีคุณภาพ ในราคาที่แข่งขันได้ จนหลายประเทศเริ่มเลือกใช้มากขึ้น รวมถึงอังกฤษ

แต่สิ่งที่น่าคิดต่อคือ เมื่อหลายธุรกิจทั่วโลกเริ่มเลือกใช้หุ่นยนต์และซอฟต์แวร์จากจีนมากขึ้น สิ่งที่จีนส่งออกอาจไม่ได้มีแค่ "เทคโนโลยี" แต่รวมถึง "อิทธิพล" ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีนั้นด้วย

เพราะเมื่อธุรกิจเลือกใช้ระบบจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็ย่อมต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ การอัปเดต การบำรุงรักษา และบริการต่าง ๆ ของผู้พัฒนาไปอีกนาน

พูดง่าย ๆ คือ วันนี้จีนไม่ได้เป็นแค่ประเทศที่ผลิตสินค้าให้คนทั้งโลกใช้ แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญที่ขายนวัตกรรมให้หลายประเทศทั่วโลก

เมื่อธุรกิจหลายแห่งเริ่มนำเทคโนโลยีจากจีนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสำคัญมากขึ้น การเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกอื่นก็อาจทำได้ยาก ส่งผลทำให้จีนมีบทบาทต่อทิศทางเทคโนโลยีของโลกมากขึ้นในระยะยาว

🔴ขณะที่อังกฤษซื้อ…แต่สหรัฐฯ เหยียบเบรกเดินหน้าแบน?

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในวันที่อังกฤษกำลังเปิดรับหุ่นยนต์จากจีนเข้ามามีบทบาทในภาคธุรกิจมากขึ้น สหรัฐฯ กลับเดินหน้าจำกัดการนำเข้าหุ่นยนต์ขั้นสูงจากจีน

เหตุผลของสหรัฐฯ ไม่ใช่เพราะหุ่นยนต์ไม่มีประสิทธิภาพ แต่เป็นเพราะมองว่า เทคโนโลยีเหล่านี้อาจพ่วงมาด้วยความเสี่ยงด้านความมั่นคง

เพราะหุ่นยนต์ยุคใหม่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องจักรที่ทำงานแทนคน แต่ยังมาพร้อมกับกล้อง เซนเซอร์ ระบบ AI และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา

สหรัฐฯ มองว่า หากเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกแฮ็ก ถูกควบคุมจากระยะไกล หรือถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ก็อาจกลายเป็นช่องทางเข้าถึงข้อมูลสำคัญ หรือกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่สหรัฐฯ มองว่า การพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีนมากเกินไป อาจกลายเป็นความเสี่ยงในระยะยาว มากกว่าจะเป็นแค่การเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีราคาถูกหรือมีประสิทธิภาพ

🔴เมื่อเทคจีน = ขยายอิทธิพลไปทั่วโลก

กรณีของอังกฤษกำลังสะท้อนโจทย์ใหญ่ที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเจอ เมื่อเทคโนโลยีจากจีนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรม

ขณะที่บางประเทศมองว่า การนำเทคโนโลยีจากจีนเข้ามาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์หรือระบบอัจฉริยะต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น

แต่ในอีกมุมหนึ่ง หลายประเทศก็กังวลว่า หากพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีนมากเกินไป อาจกลายเป็นความเสี่ยงในระยะยาว ทั้งด้านความมั่นคง การควบคุมข้อมูล และการพึ่งพาเทคโนโลยีจากประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป

สุดท้ายแล้ว หลายๆประเทศก็ต้องหาจุดสมดุลระหว่าง “โอกาสทางเศรษฐกิจ” และ “ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์” ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯ_เตรียมแบน_Optical_Transceiver_จีน_สะเทือนหุ้นซัพพลายเชน_AI
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สหรัฐฯ เตรียมแบน Optical Transceiver จีน สะเทือนหุ้นซัพพลายเชน AI

ความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนอาจกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ หลังมีการรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการ ห้ามนำเข้า Optical Transceiver รุ่นใหม่จากจีน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

clock8 ชั่วโมงที่แล้ว
สหรัฐฯ_สั่งตรวจสอบ_DoorDash_หลังพบว่าใช้โมเดล_AI_จากจีน
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สหรัฐฯ สั่งตรวจสอบ DoorDash หลังพบว่าใช้โมเดล AI จากจีน

clock1 วันที่แล้ว
จีนออกกฎหมายคุ้มครองการออกแบบชิป_พร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ
ต่างประเทศธุรกิจไอที

จีนออกกฎหมายคุ้มครองการออกแบบชิป พร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ

clock1 วันที่แล้ว