เมื่อ AI เริ่มเข้าไปอยู่ในระบบสงคราม สหรัฐฯและจีนจะคุมความเสี่ยงยังไง
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

เมื่อ AI เริ่มเข้าไปอยู่ในระบบสงคราม สหรัฐฯและจีนจะคุมความเสี่ยงยังไง?

Clock Icon

17 กันยายน 2569

เมื่อ AI ก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในระบบเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงเทคโนโลยีนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน ทั้งในด้านการพัฒนาขีดความสามารถ และการนำ AI ไปใช้ในระบบที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ

ทว่า เมื่อ AI พัฒนาไปไกลกว่าการใช้งานในภาคธุรกิจและเทคโนโลยีทั่วไป เทคโนโลยีนี้ก็เริ่มถูกนำมาประยุกต์ใช้ในภารกิจด้านความมั่นคงและการทหารมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญจาก Brookings Institution ของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัย Tsinghua ของจีน จึงเสนอให้ทั้งสองประเทศสร้างกติกาควบคุม AI ทางทหาร ที่มีลักษณะคล้ายมาตรการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์

ทำไมต้องใช้ลักษณะคล้ายกับอาวุธนิวเคลียร์?

หากเปรียบเทียบกับอาวุธนิวเคลียร์ การควบคุมอาวุธดังกล่าวในยุคสงครามเย็น ยังอาศัยสิ่งที่สามารถตรวจสอบได้ค่อนข้างชัดเจน เช่น จำนวนอาวุธ ฐานที่ตั้ง และระบบยิง 

ขณะที่ AI เป็นเทคโนโลยีที่สามารถปรับเปลี่ยน พัฒนา และนำไปฝังอยู่ในระบบต่างๆ ได้ ทำให้การตรวจสอบและกำกับดูแลมีความซับซ้อนมากกว่า

อีกอย่าง จุดตั้งต้นของข้อเสนอนี้จริงๆแล้วคือสถานการณ์สมมติที่น่าขนลุก ว่าหาก AI ถูกนำมาใช้ในระบบที่เกี่ยวข้องกับการเตือนภัย การบัญชาการ หรือปฏิบัติการทางไซเบอร์ ความเร็วของระบบอาจทำให้มนุษย์มีเวลาตรวจสอบสถานการณ์น้อยลง เช่น หากระบบตรวจพบสัญญาณที่ดูเหมือนการโจมตี แต่เป็นเพียงความผิดพลาดทางเทคนิค ผู้บังคับบัญชาอาจมีเวลาไม่มากพอที่จะตรวจสอบก่อนตัดสินใจตอบสนอง 

ยิ่ง AI ทำงานได้เร็วขึ้น เวลาที่มนุษย์ใช้ตรวจสอบก็ยิ่งสั้นลง และเพิ่มความเสี่ยงที่ความผิดพลาดจะนำไปสู่ความขัดแย้งโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจลุกลามจนกลายเป็นความขัดแย้งโดยไม่ตั้งใจ

สามเสาหลักของข้อเสนอ

ข้อเสนอจากคณะผู้เชี่ยวชาญวางกรอบไว้สามด้านหลัก ได้แก่ 

  • กำหนดเส้นแดงรอบระบบนิวเคลียร์  ห้าม AI ตัดสินใจใช้อาวุธนิวเคลียร์หรือโจมตีระบบบัญชาการและควบคุมนิวเคลียร์โดยอัตโนมัติ พร้อมพิจารณาขยายหลักการเดียวกันไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบพลังงาน การเงิน และสาธารณสุข

  • ให้มนุษย์กำกับปฏิบัติการไซเบอร์ที่มีนัยสำคัญ  เพื่อไม่ให้ระบบอัตโนมัติตัดสินใจโจมตีทางไซเบอร์ด้วยตัวเอง จนอีกฝ่ายอาจมองว่าเป็นการรุกรานทางทหาร

  • สร้างสายด่วนสำหรับเหตุการณ์เกี่ยวกับ AI  เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถสื่อสาร ตรวจสอบเหตุการณ์ และคลี่คลายความเข้าใจผิดได้อย่างรวดเร็ว ก่อนสถานการณ์จะบานปลาย

ทำไมข้อเสนอนี้ถึงออกมาในช่วงนี้?

ก่อนหน้านี้ ทั้งสองประเทศยังเผชิญกับโจทย์สำคัญว่า จะสร้างกติกาด้านความปลอดภัยยังไงโดยไม่ให้กลายเป็นข้อจำกัดต่อความสามารถในการแข่งขันด้าน AI ของตัวเอง 

อย่างสหรัฐฯ ก็กังวลว่าการควบคุมที่เข้มงวดเกินไปอาจกระทบความได้เปรียบทางเทคโนโลยี ขณะที่จีนเองก็มองว่ามาตรการควบคุมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ หลายด้านก็มีผลจำกัดการพัฒนาของจีนอยู่แล้ว ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการลดความเสี่ยงจาก AI กับการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ยิ่งแยกออกจากกันได้ยาก

ทว่า แม้ข้อเสนอเหล่านี้ยังเป็นเพียงแนวคิดจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐฯ หรือจีน แต่การที่ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองประเทศนำ AI มาหารือในกรอบเดียวกับการควบคุมอาวุธในช่วงก่อนการเจรจาด้าน AI ระดับรัฐบาลและการพบปะระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับจีน 

ซึ่งหากคิดในอีกด้านหนึ่งของการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ก็อาจหมายความได้ว่าทั้งสองประเทศก็เริ่มหารือถึงวิธีจัดการความเสี่ยงที่เกิดจาก AI โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในงานด้านความมั่นคงและการทหารมากขึ้นแล้วหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Huawei_จีนเตรียมเปิดตัวชิป_AI_รุ่นใหม่_เล็งแข่ง_Nvidia_สหรัฐฯ
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Huawei จีนเตรียมเปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ ! เล็งแข่ง Nvidia สหรัฐฯ

Huawei จีนประกาศเตรียมเปิดตัวชิป AI ใหม่ 2 รุ่นภายในปี 2027 โดยตัวชิปดังกล่าวเป็นการนำ AI จำนวนมากเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เพื่อให้ชิปสามารถทำงานร่วมกันเพื่อเป็นระบบประมวลผลขนาดใหญ่ได้

clock1 วันที่แล้ว
เปิดสูตรไต้หวัน_ปั้นประเทศเล็ก_สู่มหาอำนาจเซมิคอนดักเตอร์ได้ยังไง
ต่างประเทศธุรกิจไอที

“เปิดสูตรไต้หวัน” ปั้นประเทศเล็ก สู่มหาอำนาจเซมิคอนดักเตอร์ได้ยังไง

clock1 วันที่แล้ว
นูทานิคซ์เผยผลสำรวจ_ECI_ชี้_AI_เร่งองค์กรภาครัฐทั่วโลก_ปรับสู่ระบบคอนเทนเนอร์_และ_อธิปไตยทางข้อมูล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Nutanix เผยผลสำรวจ ECI ชี้ AI เร่งองค์กรภาครัฐทั่วโลก ปรับสู่ระบบคอนเทนเนอร์ และ อธิปไตยทางข้อมูล

clock2 วันที่แล้ว