
Alphabet บริษัทแม่ของ Google เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ได้ปรับเปลี่ยนนโยบาย Spam Policy สำหรับการค้นหาในยุโรป เพื่อแก้ไขข้อกังวลของสหภาพยุโรป (EU) ที่อาจนำไปสู่การถูกลงโทษปรับภายใต้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า
⚫️ "Site Reputation Abuse" จุดเริ่มต้นของข้อพิพาท
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากนโยบาย Site Reputation Abuse ของ Google ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับพฤติกรรมที่เรียกว่า “Parasite SEO” หรือการนำเนื้อหาจากบุคคลที่สามไปฝากไว้บนเว็บไซต์ที่มีอันดับสูง เพื่ออาศัยความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์และดันอันดับบน Google Search
⚫️ สำนักพิมพ์กระทบหนัก ถูกลดอันดับเพราะมีพันธมิตรธุรกิจ
สำนักพิมพ์และเว็บไซต์สื่อจำนวนมากในยุโรปเริ่มออกมาร้องเรียนว่า เว็บไซต์ของพวกเขาถูกกูเกิลลดอันดับผลการค้นหาลงอย่างไม่เป็นธรรม เพียงเพราะมีการนำเสนอเนื้อหาจากพันธมิตรทางธุรกิจร่วมอยู่บนเว็บไซต์ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วนี่เป็นรูปแบบธุรกิจปกติของสื่อหลายแห่ง ไม่ได้มีเจตนาโกงระบบแต่อย่างใด
เสียงร้องเรียนเหล่านี้ได้ไปถึงคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลด้านการแข่งขันทางการค้าของสหภาพยุโรป จนนำไปสู่การเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการภายใต้ กฎหมายตลาดดิจิทัล (Digital Markets Act หรือ DMA)
กฎหมายฉบับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมอำนาจของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่โดยเฉพาะ และหากพบว่ามีการละเมิดจริง บทลงโทษก็ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะอาจสูงถึง 10% ของรายได้รวมทั่วโลกของบริษัทเลยทีเดียว
⚫️ Google ประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการ
ภายใต้การปรับนโยบายใหม่ Google ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป การดำเนินการแบบ Manual Action ที่ใช้ลดอันดับเว็บไซต์ตามนโยบายดังกล่าว จะไม่มีผลบังคับใช้กับผู้ใช้งานในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ซึ่งครอบคลุม 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป รวมถึงไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และลิกเตนสไตน์
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลเฉพาะในยุโรปเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นทั่วโลก Google ยังคงใช้นโยบายเดิมต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ทางฝั่งสหภาพยุโรปแสดงความพอใจต่อการตัดสินใจครั้งนี้ค่อนข้างชัดเจน โดยโฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกมาระบุว่ายินดีกับการยกเลิกนโยบายที่เคยสร้างความเสียหายให้กับสำนักพิมพ์และผู้ประกอบธุรกิจที่ใช้บริการ Google Search พร้อมทั้งย้ำว่ากฎหมาย DMA คือกลไกสำคัญที่ทำให้ Google Search ไม่สามารถลดอันดับสื่อสิ่งพิมพ์เพียงเพราะมีเนื้อหาจากบุคคลที่สามอยู่บนเว็บไซต์อีกต่อไป
แต่เรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เพราะทางคณะกรรมาธิการยืนยันว่าจะยังคง เฝ้าติดตามการบังคับใช้นโยบายใหม่อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดของ DMA อย่างแท้จริง
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนว่า กฎหมาย DMA ของสหภาพยุโรปกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่างจริงจัง ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่า แรงกดดันจากกฎหมายฝั่งยุโรปจะส่งผลกระทบต่อนโยบายของ Google ในภูมิภาคอื่น ๆ ในอนาคตหรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Sony และ Warner Music ยื่นฟ้อง Anthropic ปมใช้เพลงฝึก AI โดยไม่ได้รับอนุญาต
ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ Sony Music และ Warner Music ได้ยื่นฟ้อง Anthropic บริษัทผู้พัฒนา AI ชื่อดัง Claude ต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยกล่าวหาว่าบริษัทนำเนื้อเพลงและโน้ตดนตรีที่มีลิขสิทธิ์กว่าหลายร้อยเพลง ทั้งของ The Beatles, Taylor Swift และ Michael Jackson ไปใช้ฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต

Sony และ Warner Music ยื่นฟ้อง Anthropic ปมใช้เพลงฝึก AI โดยไม่ได้รับอนุญาต

AI เริ่ม "หลุดจากการควบคุม" สัญญาณเตือนที่โลกเทคโนโลยีเริ่มพูดถึงมากขึ้น
