
เศรษฐกิจ - การลงทุน
ไทยเดินหน้าศึกษา “ท่าอวกาศยาน” ปักหมุดสู่เศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่ ยกระดับประเทศสู่ผู้สร้างเทคโนโลยี
14 กรกฎาคม 2569
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าศึกษา “แผนปฏิบัติการสร้างท่าอวกาศยาน” (Spaceport) ของประเทศเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ในอนาคต โดยมุ่งใช้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) เป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดการลงทุน ลดภาระงบประมาณของภาครัฐ และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศ (New Space Economy) ให้เกิดขึ้นในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอวกาศโลก จากเดิมที่ขับเคลื่อนโดยหน่วยงานภาครัฐ ไปสู่ยุคที่ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งการพัฒนาดาวเทียม การปล่อยจรวด และบริการด้านอวกาศ ทำให้ความต้องการท่าอวกาศยานทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวของดาวเทียมวงโคจรต่ำและบริการสื่อสารยุคใหม่
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของไทยคือ ทำเลที่ตั้งใกล้เส้นศูนย์สูตรและมีพื้นที่ชายฝั่งที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงในการปล่อยจรวดได้ถึง 20% และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร ทำให้สามารถแข่งขันกับฐานปล่อยจรวดในภูมิภาคได้ นอกจากนี้ยังอาจช่วยดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีอวกาศระดับโลกให้เข้ามาลงทุนและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากรไทย
ภาครัฐยังมองว่า ท่าอวกาศยานจะไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการปล่อยจรวด แต่จะเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ทั้งการผลิตและทดสอบดาวเทียม การพัฒนาวัสดุขั้นสูง ซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยสร้างงานทักษะสูง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว
แต่โครงการดังกล่าวยังอยู่ในระยะของการผลักดันเชิงนโยบาย โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยพัฒนา "ท่าอวกาศยานเชิงพาณิชย์เพื่อสันติ" (Commercial Spaceport for Peaceful Purposes) พร้อมผลักดันกฎหมายและมาตรฐานด้านกิจการอวกาศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลก และวางรากฐานให้ไทยก้าวเข้าสู่การแข่งขันในเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยจะเป็น EV ภูมิภาคได้ไหม? โอกาสใหม่ที่มาพร้อมความท้าทายรอบด้าน
อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทยมาหลายสิบปี แต่วันนี้กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยว่า การผลิตรถยนต์ในประเทศ ยังหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปี 2569 ถูกปรับลดเป้าการเติบโตเหลือเพียง 1-2% โดยมีสาเหตุหลักจากการผลิตรถกระบะและรถยนต์เพื่อการส่งออกที่ชะลอตัว จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง

