ก ล ต กวาดล้าง บัญชีม้า กว่า 30 000 บัญชี สกัดฟอกเงินสินทรัพย์ดิจิทัลรวม 229 ล้านบาท
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ก.ล.ต. กวาดล้าง “บัญชีม้า” กว่า 30,000 บัญชี สกัดฟอกเงินสินทรัพย์ดิจิทัลรวม 229 ล้านบาท

Clock Icon

20 กันยายน 2568

ก.ล.ต.เดินหน้ากวาดล้างบัญชีม้าและธุรกรรมผิดปกติในสินทรัพย์ดิจิทัล อายัดแล้ว 31,216 บัญชี มูลค่ารวม 229 ล้านบาท พร้อมผลักดันโครงการ Tourist DigiPay ให้นักท่องเที่ยวแปลงคริปโตเป็นเงินบาทเข้า e-Wallet ภายใต้มาตรการเข้ม คาดเริ่ม พ.ย.นี้

รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับคณะทำงานที่ดูแลปัญหาบัญชีม้า อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE)

เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีม้า (บัญชีดำ/บัญชีเทา) กับหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้นและสกัดกั้น พร้อมกำหนดนโยบายและปัจจัยในการพิจารณาบัญชีต้องสงสัยเพิ่มเติม นอกเหนือจากข้อมูลที่ได้รับจากผู้เสียหาย โดยสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่ระงับธุรกรรมและรายงานกรณีที่พบความผิดปกติ

นอกจากนี้ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” 1 ม.ค.-15 ก.ย. 68 ได้รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุนรวมทั้งสิ้น 6,354 ครั้ง จากจำนวนนี้มีบัญชีโซเชียลมีเดียที่เข้าข่ายหลอกลงทุน 3,036 บัญชี ซึ่ง ก.ล.ต.ได้ประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้นบัญชีเหล่านี้ 100% ภายในเวลา 7 นาที-48 ชั่วโมง และให้คำปรึกษาเรื่องการหลอกลงทุนไปแล้ว 3,318 ครั้ง

และบอกเสริมว่าโครงการ Tourist DigiPay เป็นโครงการนำร่องที่เชื่อมเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลกับภาคการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวสามารถแปลงคริปโตเคอร์เรนซีเป็นเงินบาทและฝากเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) เพิ่มความสะดวกคล่องตัวในการจับจ่ายใช้สอย

โดยร้านค้าผู้เข้าร่วมโครงการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ร้านค้า Know Your Merchant (KYM) หรือร้านค้าที่ผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนครบถ้วน วงเงินรับชำระ 500,000 บาทต่อเดือน และร้านค้าทั่วไป วงเงินรับชำระ 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการจริงประมาณ พ.ย. 68 เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องการฟอกเงิน

ก.ล.ต.จึงมีกลไกควบคุมดูแลความเสี่ยง โดยมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลนี้ต้องไม่เข้าข่ายต้องสำแดงต่อศุลกากร เนื่องจากถือครองในรูปแบบดิจิทัลคล้ายกับเงินฝากในธนาคารต่างประเทศหรือบัตรเครดิต หากมีประเด็นความเสี่ยงในอนาคตหลังโครงการขยายตัว ก็จะมีการประเมินและขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงเวลารื้อกฎหมายการศึกษา_เพื่อรีเซ็ตโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ถึงเวลารื้อกฎหมายการศึกษา เพื่อรีเซ็ตโครงสร้างเศรษฐกิจไทย?

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะขยายตัวเพียง 1.5% ซึ่งต่ำที่สุดในอาเซียน ขณะที่รายได้ต่อหัวของคนไทยอยู่ที่เพียง 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งยังห่างจากเกณฑ์ “ประเทศรายได้สูงที่ธนาคารโลกกำหนดไว้ที่ 14,375 ดอลลาร์ต่อปี

clock11 ชั่วโมงที่แล้ว
เมื่อ_AI_เข้ามาขับเคลื่อนบริการภาครัฐ_ข้อมูลประชาชนจะปลอดภัยแค่ไหน

เมื่อ AI เข้ามาขับเคลื่อนบริการภาครัฐ ข้อมูลประชาชนจะปลอดภัยแค่ไหน?

clock2 วันที่แล้ว
ศาลสั่งปรับ_Meta_กว่า_567_ล้านดอลลาร์_เยียวยาผลกระทบเด็ก_พร้อมเร่งยกระดับระบบคุ้มครองเยาวชน
ต่างประเทศสังคม

ศาลสั่งปรับ Meta กว่า 567 ล้านดอลลาร์! เยียวยาผลกระทบเด็ก พร้อมเร่งยกระดับระบบคุ้มครองเยาวชน

clock3 วันที่แล้ว