
เศรษฐกิจ - การลงทุน
“นครพนมโมเดล” เดิมพันเศรษฐกิจใหม่ ปั้น “Wellness Hub” แห่งอินโดจีน
13 กรกฎาคม 2569
การพัฒนาเมืองในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านโครงสร้างพื้นฐานหรือการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงการสร้างอัตลักษณ์ทางเศรษฐกิจที่สะท้อนจุดแข็งของแต่ละพื้นที่
หนึ่งในตัวอย่างการผลักดันพื้นที่ที่มีศักยภาพให้กลายเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพของภูมิภาค ผ่านแนวคิด "นครพนมโมเดล" ที่มุ่งพัฒนาเมืองควบคู่ไปกับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพื่อผลักดันจังหวัดนครพนมให้ก้าวสู่การเป็น “Wellness Hub” ของภูมิภาค
⚫️ ปั้นนครพนมสู่ "Wellness Hub" ประตูเศรษฐกิจแห่งอินโดจีน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังผลักดัน "นครพนมโมเดล" ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนครพนม ในการเชื่อมโยงการศึกษา การส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์ศักยภาพของจังหวัด และพื้นที่ใกล้เคียง โดยดึงกำลังจากคณะแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และบริหารธุรกิจ มาร่วมกันขับเคลื่อน
เพื่อการผลักดันจังหวัดนครพนมให้ก้าวสู่การเป็น “Wellness Hub” หรือศูนย์กลางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะของภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง และมีความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนและเชื่อมต่อกับหลายประเทศสำคัญของภูมิภาค ทั้งจีนตอนใต้ เวียดนาม ลาว ไปจนถึงเมียนมา
นอกจากนี้เตรียมเปิดพื้นที่ศูนย์บ่มเพาะ (Incubator) และร่วมกับโครงการ Startup Thailand League เพื่อนำไอเดียของกลุ่ม SMEs และนักศึกษามาต่อยอดจับคู่กับนักลงทุนเอกชน สร้างแหล่งทุนใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มทักษะการทำงานจริง และปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ
⚫️ งานวิจัยจะมีคุณค่า เมื่อสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือการผลักดันให้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยให้เกิดการใช้งานจริง และสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี บริการ หรือธุรกิจใหม่ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
แนวคิดนี้ยังสะท้อนแนวคิดการพัฒนาเมืองผ่านอัตลักษณ์ทางเศรษฐกิจ โดยใช้ศักยภาพของพื้นที่เป็นตัวตั้ง แทนที่จะแข่งขันกับเมืองใหญ่โดยตรง ให้แต่ละจังหวัดสามารถสร้างความโดดเด่นของตนเองผ่านอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับทรัพยากร และศักยภาพในพื้นที่ ผสานการศึกษา การแพทย์ และเศรษฐกิจชายแดนเข้าด้วยกัน
แม้แนวทางดังกล่าวจะยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และชุมชน แต่ก็สะท้อนทิศทางสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต ที่มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับทุกคน สามารถแสดงศักยภาพ สร้างคุณค่า และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในท้องถิ่น ที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
หาก "นครพนมโมเดล" สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง ก็อาจกลายเป็นต้นแบบของการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทยจากสถาบันการศึกษา ไปสู่ "เครื่องยนต์เศรษฐกิจ" ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยจะเป็น EV ภูมิภาคได้ไหม? โอกาสใหม่ที่มาพร้อมความท้าทายรอบด้าน
อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทยมาหลายสิบปี แต่วันนี้กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยว่า การผลิตรถยนต์ในประเทศ ยังหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปี 2569 ถูกปรับลดเป้าการเติบโตเหลือเพียง 1-2% โดยมีสาเหตุหลักจากการผลิตรถกระบะและรถยนต์เพื่อการส่งออกที่ชะลอตัว จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง

