
สังคม
กทม. สแกน Data Center ทั่วกรุง คุมเข้ม 5 มาตรการ ชะลอโครงการใหม่ รอเกณฑ์รัฐบาลคุมมาตรฐาน
14 กันยายน 2569
กทม. เดินหน้าตรวจสอบ Data Center ทั่วกรุงเทพฯ เข้ม 5 ด้าน ทั้งมาตรฐานอาคาร การใช้ไฟฟ้า น้ำ และน้ำมัน ผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ระบบป้องกันอัคคีภัย และการซ้อมอพยพหนีไฟ พร้อมชะลอการพิจารณาใบอนุญาตโครงการใหม่ เพื่อรอหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจากรัฐบาล
โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า จากการสำรวจเบื้องต้น กรุงเทพฯ มี Data Center ที่ตั้งอยู่ในอาคารทั่วไป เช่น อาคารสำนักงาน ธนาคาร และหน่วยงานราชการ 43 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 2 เมกะวัตต์ และเปิดดำเนินการมานานแล้ว
ขณะที่ Data Center แบบ Stand Alone มี 6 แห่ง เปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง และอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 3 แห่ง ซึ่ง กทม. ได้ชะลอการพิจารณาใบอนุญาตไว้ก่อน
ซึ่ง Data Center ในกรุงเทพฯ ยังไม่ใช่โครงการขนาด Hyper-scale ที่ใช้ไฟฟ้าราว 200–300 เมกะวัตต์เหมือนบางโครงการในต่างจังหวัด โดยปัจจุบันใช้ไฟฟ้ารวมกันคิดเป็นไม่ถึง 3% ของการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในกรุงเทพฯ และใช้น้ำในระดับต่ำกว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่
สำหรับการตรวจสอบ กทม. จะเน้นตั้งแต่การปฏิบัติตามมาตรฐานอาคาร การจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง การใช้น้ำและไฟฟ้า ไปจนถึงผลกระทบด้านน้ำ อากาศ ความร้อน เสียง และสุขภาพ
โดยมีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำทิ้งเดือนละครั้ง ตรวจวัด PM2.5 และ PM10 แบบเรียลไทม์ ตรวจหาเชื้อ Legionella จากไอน้ำของ Cooling Tower ปีละ 2 ครั้ง รวมถึงวัดอุณหภูมิและความชื้นในพื้นที่รอบข้างรัศมี 500 เมตร ซึ่งกำหนดให้ความแตกต่างของอุณหภูมิในรอบ 24 ชั่วโมงไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส
ขณะเดียวกัน กทม. ระบุว่าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ Data Center ที่มีอยู่แล้ว และยังไม่พบเหตุเดือดร้อนรำคาญ แต่จะเดินหน้าสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่าน Traffy Fondue ตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนโครงการใหม่ กทม. จะชะลอการพิจารณาใบอนุญาตจนกว่าคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์จะกำหนดนิยามและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในประมาณ 2 สัปดาห์
ที่มา : กรุงเทพมหานคร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐดัน KKUVOLT จาก มข. ต่อยอดงานวิจัยแบตเตอรี่สู่ EV–Solar–BESS พร้อมปั้นกำลังคนรับอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่
รัฐบาลเดินหน้าผลักดันงานวิจัยไทยสู่การใช้งานจริง โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำ KKUVOLT ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านวัสดุแบตเตอรี่มานานกว่า 10 ปี จากห้องปฏิบัติการสู่การผลิตและจำหน่ายจริง

รัฐดัน KKUVOLT จาก มข. ต่อยอดงานวิจัยแบตเตอรี่สู่ EV–Solar–BESS พร้อมปั้นกำลังคนรับอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่

