
สังคม
ถอดรหัส Sandbox ปฏิบัติการแก้จนร้อยเอ็ด ทดลองแก้จนด้วยงานวิจัย ก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ
20 กรกฎาคม 2569
ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาที่สะสมและฝังรากลึกอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แม้ภาครัฐจะพยายามแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่หมดไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะที่ผ่านมา การแก้ไขจะเน้นไปที่การช่วยเหลือหรือเยียวยาเฉพาะหน้า มากกว่าการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
หากดูตามร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีในปี 67 จะพบว่า เฉพาะงบประมาณในส่วนของ กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (เช่น โครงการสนับสนุนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณมากกว่า 50,000 ล้านบาท
⚫แม้จะได้รับเงินช่วยเหลือ แต่จำนวนคนจนกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำปี 67 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า คนจนในไทยเพิ่มขึ้นจาก 3.41% ในปี 66 เป็น 3.43 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 4.89% ของประชากรทั้งประเทศ จาก 3.41% ในปีก่อนหน้า
⚫รัฐบาลจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินโครงการ Sandbox "แผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคม 5 ด้าน ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)" โดยเลือกจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรก
โดยเป็นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และงานวิจัย มาทำงานร่วมกับระบบสวัสดิการสังคม เพื่อหาสาเหตุว่าแต่ละครัวเรือนกำลังเจอปัญหาอะไร และออกแบบวิธีช่วยเหลือให้ตรงจุด ซึ่งแผนแก้จน 5 ด้านที่ว่า ครอบคลุมตั้งแต่
ด้านเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต และเชื่อมโยงช่องทางการตลาดด้วยเทคโนโลยี
ด้านมาตรฐานความเป็นอยู่ ยกระดับคุณภาพที่อยู่อาศัยและการเตรียมรับมือภัยพิบัติ
ด้านสุขภาพ ส่งต่อผู้เปราะบางเข้าสู่บริการและระบบดูแลต่อเนื่องในชุมชน
การศึกษา ตัดวงจรความยากจนข้ามรุ่น ติดตามเด็กที่เสี่ยงหลุดระบบ
การคุ้มครองทางสังคม เชื่อมโยงสิทธิ สวัสดิการ กองทุน และบริการภาครัฐให้เข้าถึงมือประชาชนอย่างครบถ้วน
⚫จะรู้ได้อย่างไรว่าครัวเรือนไหนมีปัญหาอะไร?
โครงการจะใช้แพลตฟอร์ม PPAP (Provincial Poverty Alleviation Platform) ทำหน้าที่รวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน โดยใช้มหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นตัวกลางเชื่อมข้อมูลระหว่างจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นข้อมูลชุดเดียวกันและร่วมกันแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น
และข้อมูลเหล่านี้จะเชื่อมกับฐานข้อมูล PPPConnext ของกระทรวง อว. ซึ่งปัจจุบันสามารถค้นหาและตรวจสอบครัวเรือนยากจนได้แล้วกว่า 1.24 ล้านคน จาก 303,444 ครัวเรือน ใน 20 จังหวัด โดยจะดูปัญหาของแต่ละครัวเรือนใน 5 ด้าน ได้แก่ คนและทักษะ ที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน รายได้และเงินทุน ทรัพยากรธรรมชาติ และเครือข่ายทางสังคม
⚫แนวทางนี้มีผลงานรองรับแล้ว
สิ่งที่ทำให้ Sandbox นี้แตกต่างจากโครงการทดลองทั่วไป คือไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่มีผลงานวิจัยและโครงการที่ดำเนินการมาก่อนแล้ว เพราะที่ผ่านมา แผนงานวิจัยได้พัฒนาแนวทางแก้ปัญหาความยากจนด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแล้วกว่า 458 โมเดล ช่วยสร้างรายได้ให้คนยากจนกว่า 179,370 คน คิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 979 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่พร้อมนำไปขยายผลอีกกว่า 3,638 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่อาหารและการแปรรูป การประมง เกษตรกรรม ไปจนถึงการนำเศษวัสดุมาสร้างมูลค่า โดยมีเครือข่ายมหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่กว่า 70 แห่งทั่วประเทศ
⚫ตัวอย่างความสำเร็จจากพื้นที่นำร่อง
สำหรับร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ได้ค้นหาและตรวจสอบข้อมูลครัวเรือนยากจนแล้วกว่า 53,795 คน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การช่วยเหลือไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกันกับทุกคน แต่สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะกับแต่ละครัวเรือนได้ ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือโครงการ “ปลูกผักปลอดภัยด้วยเกษตรแม่นยำ” ใน อ.เกษตรวิสัย และ อ.เมืองร้อยเอ็ด โดยนำเทคโนโลยีอย่างเซนเซอร์ IoT ระบบน้ำหยดอัตโนมัติ และการตลาดออนไลน์เข้ามาช่วยเกษตรกร
โครงการนี้มี 514 ครัวเรือนได้รับประโยชน์ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3,414 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน นอกจากนี้ 27.4% ของครัวเรือนเริ่มมีเงินออมเป็นครั้งแรก และ 44.5% มีหนี้สินลดลง แม้ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นในพื้นที่เฉพาะ แต่ข้อมูลที่ได้ช่วยให้เห็นว่าแนวทางใดสามารถเพิ่มรายได้ ลดหนี้ และสร้างความมั่นคงให้ครัวเรือนได้จริง
ซึ่งหากนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ก็มีโอกาสช่วยให้การแก้ปัญหาความยากจนตรงจุดมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นคงให้ประชาชนได้ในระยะยาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

EU สั่งปรับ Alibaba 550 ล้านยูโร สูงสุดเป็นประวัติการณ์! ปมปล่อยสินค้าผิดกฎหมายวางขายบน AliExpress
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) สั่งปรับ AliExpress แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ Alibaba เป็นเงิน 550 ล้านยูโร หรือราว 629 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

EU สั่งปรับ Alibaba 550 ล้านยูโร สูงสุดเป็นประวัติการณ์! ปมปล่อยสินค้าผิดกฎหมายวางขายบน AliExpress

