สงครามเทคโนโลยีสหรัฐฯ จีน เมื่อเงินลงทุนกลายเป็นอาวุธในการแข่งขัน
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

สงครามเทคโนโลยีสหรัฐฯ-จีน เมื่อเงินลงทุนกลายเป็นอาวุธในการแข่งขัน

ที่ผ่านมา การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ไม่ได้มีแค่การชิงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม แต่ยังขยายไปสู่การใช้มาตรการต่างๆที่จำกัดข้อได้เปรียบของอีกฝ่ายด้วย

นอกจากควบคุมการส่งออกชิปแล้ว สหรัฐฯ ยังจำกัดการลงทุนของชาวอเมริกันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสำคัญของจีนตั้งแต่ปี 2023 ครอบคลุมทั้งเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีควอนตัม และ AI เพื่อป้องกันไม่ให้เงินทุนของสหรัฐฯ สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

ล่าสุด กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังเสนอขยายขอบเขตมาตรการให้ครอบคลุมเทคโนโลยีชีวภาพ คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง และระบบความเร็วเหนือเสียงเพิ่มเติม

ซึ่งหลังจากที่มีข่าวออกไป ฝั่งจีนมองว่ามาตรการนี้พุ่งเป้ามาที่จีนโดยตรง พร้อมบอกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ และเตือนว่าอาจตอบโต้สหรัฐหากยังจำกัดการลงทุนต่อไป ทำให้เห็นว่าการควบคุมเงินลงทุนเพื่อปกป้องความมั่นคงไม่ได้กระทบแค่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแต่ส่งผลต่อบริษัท นักลงทุน และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลกด้วย

อีกประเด็นที่ทำให้สหรัฐฯ กังวลคือความเสี่ยงที่จีนจะเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีผ่านสถาบันการศึกษา อย่างกรณี UKCT เผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารจีนที่ถูกกล่าวหาว่าปกปิดสังกัดขณะศึกษาอยู่ที่ Boston University และรวบรวมข้อมูลส่งให้กองทัพจีน กรณีนี้ทำให้เห็นถึงความกังวลของสหรัฐฯ ว่า การถ่ายทอดความรู้และการวิจัยระหว่างประเทศอาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางทหารได้ ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของความพยายามสหรัฐฯ ในการปกป้องเทคโนโลยีสำคัญของตน

ทำไมเงินลงทุนถึงสำคัญต่อการแข่งขันเทคโนโลยี

การพัฒนาเทคโนโลยีให้ใช้งานได้จริงต้องอาศัยเงินทุนสนับสนุนในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การทดลองและวิจัย การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการจ้างบุคลากรและต่อยอดผลงานสู่ตลาด เงินลงทุนจากต่างประเทศจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีเติบโตได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและใช้เวลานานในการพัฒนานวัตกรรม

นอกจากนี้ เงินลงทุนอาจช่วยให้บริษัทเข้าถึงเครือข่ายพันธมิตร ประสบการณ์ทางธุรกิจ และโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีได้ด้วย เมื่อสหรัฐฯ จำกัดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีบางประเภทของจีน ทำให้บริษัทและนักลงทุนอเมริกันต้องตรวจสอบการลงทุนใดลงทุนได้ และต้องแจ้งหน่วยงานรัฐ หรือห้ามลงทุนตามกฎกำหนด

แต่การจำกัดเงินทุนก็ไม่ได้หมายความว่าจีนจะหยุดพัฒนาเทคโนโลยี เพราะยังมีแหล่งเงินทุนภายในประเทศหรือนักลงทุนจากแหล่งอื่นเข้ามาทดแทนได้ มาตรการนี้จึงเป็นการจำกัดช่องทางสนับสนุนบางส่วน มากกว่าจะเป็นการหยุดการพัฒนาเทคโนโลยีได้ทั้งหมด

หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้น โลกธุรกิจจะเป็นยังไง

แน่นอนว่าบริษัทเทคโนโลยีจีนที่พึ่งพาเงินทุนจากนักลงทุนอเมริกันอาจต้องหาแหล่งเงินทุนใหม่ ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนและทำให้การพัฒนานวัตกรรมซับซ้อนขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในทั้งสองประเทศก็ต้องปรับแผนการลงทุนและทบทวนพันธมิตรทางธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของแต่ละประเทศ

ซึ่งก็อาจเป็นโอกาสสำหรับประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรพร้อมในการดึงดูดเงินลงทุนจากบริษัทที่ต้องการกระจายฐานธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน 

แต่การย้ายฐานลงทุนไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะนักลงทุนยังต้องพิจารณาต้นทุน ความพร้อมของแรงงาน ขนาดตลาด และความคุ้มค่าทางธุรกิจ ขณะเดียวกัน ประเทศที่ต้องการดึงดูดเงินทุนก็ยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เกิดจากความขัดแย้งด้วย

ใครจะเป็นผู้กำหนดอนาคตเทคโนโลยีโลก?

ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจึงครอบคลุมมากกว่าความก้าวหน้าด้าน AI หรือประสิทธิภาพของชิปแล้ว แต่ยังขยายไปสู่ความสามารถในการเข้าถึงเงินทุน องค์ความรู้ บุคลากร และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตด้วย

เมื่อสหรัฐฯ ขยายข้อจำกัดการลงทุน ขณะที่จีนคัดค้านและเตือนถึงมาตรการตอบโต้ ความขัดแย้งก็อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่สองประเทศ แต่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและความร่วมมือทางเทคโนโลยีของบริษัททั่วโลกด้วย

ประเด็นที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ สหรัฐฯ จะปรับข้อเสนอให้เป็นกฎเกณฑ์ฉบับสุดท้ายยังไง แล้วจีนจะเลือกใช้มาตรการตอบโต้แบบไหน ไปจนถึงบริษัทต่างๆ จะปรับกลยุทธ์รับมือกับข้อจำกัดที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการแข่งขันด้านเทคโนโลยีไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านั้นด้วย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละยุทธศาสตร์รับมือวิกฤตของอังกฤษ_เมื่อภัยไซเบอร์กลายเป็นอีกเหตุผลที่รัฐบาลเตือนประชาชนให้ตุนอาหาร_3_วัน
ต่างประเทศสังคม

ชำแหละยุทธศาสตร์รับมือวิกฤตของอังกฤษ เมื่อภัยไซเบอร์กลายเป็นอีกเหตุผลที่รัฐบาลเตือนประชาชนให้ตุนอาหาร 3 วัน

ไม่กี่วันก่อน รัฐบาลอังกฤษได้ออกคำแนะนำภายใต้แคมเปญ “Be Ready” กระตุ้นให้ประชาชนเตรียมอาหาร น้ำดื่ม เงินสด และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตด้วยตนเองอย่างน้อย 3 วัน เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

clock12 ชั่วโมงที่แล้ว
จุฬาฯ_เปิดตัว_Chula_XL_Hub_แพลตฟอร์มเรียนรู้ตลอดชีวิต_เสริมทักษะทุกวัยให้พร้อมรับมือตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป

จุฬาฯ เปิดตัว Chula XL Hub แพลตฟอร์มเรียนรู้ตลอดชีวิต เสริมทักษะทุกวัยให้พร้อมรับมือตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป

clock13 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐคุมเข้ม_ยกระดับมาตรฐานอุปกรณ์โซลาร์เซลล์_7_ประเภท_ต้องได้_มอก_สกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

รัฐคุมเข้ม! ยกระดับมาตรฐานอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ 7 ประเภท ต้องได้ มอก. สกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

clock22 ชั่วโมงที่แล้ว