
ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ เดินหน้าทดสอบนำเงินสำรองของธนาคารกลางขึ้นสู่โครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน นับเป็นธนาคารกลางแห่งแรกในกลุ่ม G7 เพื่อทำให้ระบบชำระเงินระหว่างธนาคารทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นการปรับปรุงระบบ “หลังบ้าน” ของธนาคาร เพื่อให้การโอนและชำระบัญชีระหว่างกันสะดวกกว่าเดิม โดยเริ่มพัฒนาต้นแบบใน sandbox ไตรมาสที่ 2 ปี 2026 หลังจากนั้นจะเริ่มทดสอบกับสถาบันการเงินที่คัดเลือกไว้ในปีนี้ และคาดว่าจะสรุปผลการทดสอบได้ในช่วงต้นปี 2028
ฟังก์ชัน “สมาร์ทคอนแทรคท์” จุดเปลี่ยนระบบการเงินญี่ปุ่น
จุดสำคัญของการทดลองครั้งนี้คือ BOJ ต้องการใช้ สมาร์ทคอนแทรคท์ หรือระบบที่ตั้งเงื่อนไขการทำงานไว้ล่วงหน้า เพื่อช่วยให้ขั้นตอนต่าง ๆ ทำงานแบบอัตโนมัติมากขึ้น ลดความซับซ้อน และช่วยให้การทำธุรกรรมคล่องตัวกว่าเดิม จากการใช้แบบ Batch Processing ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สะท้อนต่อโครงสร้างระบบการเงินประเทศ
การทดลองนี้สะท้อนว่า ญี่ปุ่นกำลังเตรียมโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้พร้อมรับโลกการเงินยุคใหม่ ที่สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่จะมีบทบาทมากขึ้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าสนใจ เพราะเป็นการปรับระบบ “หลังบ้าน” ของภาคการเงิน ที่ยังสามารถเชื่อมต่อกับโครงสร้างเดิม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำธุรกรรมระหว่างธนาคารและเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ความรวดเร็วของระบบอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่ต้องคุมความเสี่ยงได้
BOJ ย้ำชัดว่าต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยร่วมด้วย เพราะระบบการเงินเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ หากเกิดความผิดพลาดหรือช่องโหว่ขึ้น ผลกระทบอาจขยายวงกว้างกว่าการใช้งานเทคโนโลยีทั่วไป จึงต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอย่างแรก เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะปลอดภัยและไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน
นี่คือการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้พร้อมรับการเติบโตของนวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเงินดิจิทัล การชำระเงินรูปแบบใหม่ หรือระบบธุรกรรมที่ต้องการความโปร่งใสและประสิทธิภาพมากกว่าเดิม การปรับตัวนี้ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญ เพื่อให้ระบบการเงินประเทศรองรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง
แม้ตอนนี้ระบบจะยังอยู่ในช่วงทดสอบ แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าระบบการเงินระดับประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งานที่สะดวกขึ้น หากทำสำเร็จ ญี่ปุ่นอาจมีระบบการเงินที่ทำงานได้เร็ว ปลอดภัย และยืดหยุ่นมากกว่าเดิม ที่ไม่เพียงส่งผลดีต่อภาคธนาคารและเศรษฐกิจแต่อาจต่อยอดไปสู่บริการทางการเงินที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนในอนาคตได้อีกด้วย
แท็กที่เกี่ยวข้อง


