
เศรษฐกิจ - การลงทุน
ทำไมโมเดลเศรษฐกิจแบบเดิม “ใช้ไม่ได้” แล้ว? เมื่อเศรษฐกิจที่เติบโต ต้องมาพร้อมกับโลกที่ยั่งยืน
24 เมษายน 2569
โลกเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากแรงกดดันหลายด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ความตึงเครียดระหว่างประเทศ หนี้ที่เพิ่มสูง โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป และปัญหาสิ่งแวดล้อม
รายงาน Growth in the New Economy จาก World Economic Forum ชี้ว่าปัจจัยเหล่านี้เชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ จนทำให้โมเดลการเติบโตแบบเดิมที่เคยได้ผล เริ่มใช้ไม่ได้อีกต่อไป
โลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ในอดีต เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยแรงงานที่เพิ่มขึ้น การค้าโลก และการกระตุ้นจากภาครัฐ แต่วันนี้ปัจจัยเหล่านี้อ่อนแรงลง หลายประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้แรงงานลดลง การค้าโลกสะดุดจากความขัดแย้ง ขณะที่ภาครัฐมีข้อจำกัดในการใช้นโยบายกระตุ้น เพราะมีภาระหนี้สูงอยู่แล้ว
จากวิกฤตชั่วคราว สู่โลกที่ไม่แน่นอนตลอดกาล
ขณะเดียวกัน โลกกำลังเปลี่ยนจากวิกฤตชั่วคราว ไปสู่ความไม่แน่นอนแบบถาวร
เหตุการณ์อย่างโรคระบาด สงคราม วิกฤตพลังงาน และเงินเฟ้อ ไม่ได้จบลงง่าย ๆ แต่ส่งผลต่อเนื่องในระยะยาว ทำให้เศรษฐกิจที่เคยตั้งอยู่บนการคาดเดาได้ ต้องเผชิญความเสี่ยงรูปแบบใหม่ตลอดเวลา
เทคโนโลยีเติบโตเร็วเกินไป?
อีกด้านหนึ่ง การแข่งขันด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่ไม่ใช่แค่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ทำให้รูปแบบการจ้างงานเปลี่ยนไป งานบางประเภทค่อย ๆ ถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ส่งผลให้มูลค่าทางเศรษฐกิจเริ่มกระจุกตัวอยู่ในบริษัทบิ๊กเทคมากขึ้น
ส่งผลให้โมเดลที่พึ่งพาแรงงานราคาถูกและการผลิตจำนวนมากเริ่มแข่งขันได้ยากขึ้นในโลกปัจจุบัน
การเติบโตที่กระจายไม่ทั่วถึง กลายเป็นข้อจำกัดใหม่
แม้หลายประเทศจะมี GDP เติบโตขึ้น แต่ผลประโยชน์กลับกระจุกตัวอยู่ในคนหรือธุรกิจเพียงบางกลุ่ม ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น และโอกาสในการขยับสถานะทางเศรษฐกิจที่ลดลง กำลังกดดันทั้งโครงสร้างสังคมและการเมือง
เมื่อการเติบโตไม่กระจายอย่างทั่วถึง ก็ย่อมกลายเป็น “การเติบโตที่เปราะบาง” และยากจะยั่งยืนในระยะยาว
ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขใหม่
ในอดีต หลายประเทศให้ความสำคัญกับ “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” มาก่อนเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่วันนี้แนวคิดแบบนั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะทั้งปัญหาโลกร้อน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และกติกาใหม่ของโลก กำลังบีบให้ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” ควบคู่กันไป
แต่การเปลี่ยนไปสู่ Green Economy ก็ไม่ง่าย เพราะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และมาพร้อมกับต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม
ไม่มีสูตรสำเร็จแบบเดิมอีกต่อไป?
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า เศรษฐกิจโลกวันนี้ไม่สามารถใช้สูตรการเติบโตแบบเดิมได้อีกต่อไป
การเติบโตไม่อาจพึ่งแค่การบริโภคหรือการอัดฉีดจากภาครัฐ แต่ต้องอาศัยการลงทุนระยะยาว การสร้างนวัตกรรม และการยกระดับประสิทธิภาพของเศรษฐกิจโดยรวม
ในขณะเดียวกัน แต่ละประเทศต้องเริ่มหาจุดสมดุลใหม่ ทั้งระหว่างการเปิดรับโลกกับการลดความเสี่ยง ระหว่างบทบาทของรัฐกับกลไกตลาด และระหว่างการเติบโตกับความยั่งยืน
“ความยืดหยุ่น” คือหัวใจของเศรษฐกิจยุคใหม่
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งที่ตัดสินความสำเร็จ คงไม่ใช่แค่การเติบโตด้านเศรษฐกิจ
แต่คือ “ความสามารถในการปรับตัว” เศรษฐกิจยุคใหม่จึงต้องใช้กลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น นโยบายที่ผสานกัน และการวางแผนระยะยาวควบคู่กับการรับมือปัญหาเฉพาะหน้า
ขณะเดียวกัน เราก็คงต้องมาคิดกันต่อว่าหาก “เทคโนโลยี” คือหัวใจของเศรษฐกิจยุคใหม่ เราจะพัฒนาและใช้พลังงานสะอาดอย่างไร เพื่อลดภาระด้านพลังงานของโลก ให้ยังคงเติบโตได้อย่างยั่งยืน


