
ธุรกิจไอที
YouTube ขยายฟีเจอร์ AI “Likeness Detection” ให้คนดังสั่งลบคลิป Deepfake ได้แล้ว
24 เมษายน 2569
YouTube ประกาศขยายฟีเจอร์ AI “Likeness Detection” อย่างเป็นทางการ โดยล่าสุดได้เปิดให้กลุ่มอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น เอเจนซี ผู้จัดการศิลปิน และคนดัง สามารถเข้าถึงเครื่องมือนี้แล้ว เพื่อใช้ตรวจจับคอนเทนต์ Deepfake หรือวิดีโอ AI ที่นำใบหน้าและตัวตนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
จากข้อมูลบนบล็อกทางการของ YouTube ระบบนี้ทำงานคล้าย Content ID โดยจะสแกนหาเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ซึ่งมี “ความเหมือน” ของบุคคล เช่น ใบหน้าที่ถูกทำเป็น Deepfake และเปิดให้เจ้าของตัวตนสามารถค้นหา ตรวจสอบ และยื่นคำร้องขอลบได้โดยตรง
แม้ฟีเจอร์จะเริ่มถูกนำมาใช้งานจริงแล้ว แต่ในปัจจุบันยังอยู่ในรูปแบบการเปิดใช้งานแบบจำกัดกลุ่ม โดยผู้ใช้งานต้องสมัครและยืนยันตัวตนก่อนเข้าร่วมระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ YouTube ได้ทดลองกับครีเอเตอร์บางส่วน ก่อนจะขยายไปยังนักการเมือง นักข่าว และล่าสุดคือกลุ่มคนดังในวงการบันเทิง
YouTube ระบุเพิ่มเติมว่าการลบคอนเทนต์จะยังคงพิจารณาตามนโยบายของแพลตฟอร์ม เช่น กรณีล้อเลียนหรือเสียดสี อาจไม่ได้ถูกลบทั้งหมด แม้จะมีการใช้ใบหน้าหรือภาพลักษณ์ของบุคคลจริงก็ตาม
การขยายเครื่องมือนี้สะท้อนความพยายามในการรับมือกับปัญหา Deepfake ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในยุค AI โดยเฉพาะการนำตัวตนของบุคคลไปใช้ในทางที่อาจสร้างความเสียหาย ทั้งในด้านชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ
สรุปสถานะล่าสุด : ระบบนี้เปิดใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรมแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงขยายการเข้าถึงเพิ่มเติมในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI Shopping เปลี่ยนเกมอีคอมเมิร์ซ แบรนด์ยังต้องง้อโฆษณาอยู่ไหม?
เมื่อก่อน เวลาจะซื้อของออนไลน์เรามักต้องเข้าเว็บหรือแอปฯ เพื่อค้นหาสินค้า อ่านรีวิว และเปรียบเทียบราคาด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้ AI Shopping Agents สามารถช่วยเลือกซื้อสินค้าแทนเราได้แล้ว แค่บอกว่าต้องการสินค้าอะไร มีงบเท่าไหร่ AI ก็จะค้นหา เปรียบเทียบสินค้า และดำเนินการสั่งซื้อให้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

Subscription Economy ความคุ้มค่าของผู้ใช้ ภายใต้อำนาจกำหนดราคาของแพลตฟอร์ม
