
เมื่อก่อนการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์มักมีเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ ค่าใช้จ่ายสูง คนทั่วไปจึงเข้าถึงการรักษาได้ยาก กระทรวงสาธารณสุขจึงผลักดันให้ใช้เทคโนโลยีนี้มากขึ้น โดยเฉพาะรักษาผ่าตัดรักษามะเร็ง เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่แม่นยำและได้ผลดีกว่าเดิม จึงมอบหมายให้โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ นำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้ โดยเฉพาะเคสที่ยากหรืออยู่ในจุดที่เข้าถึงลำบาก เพื่อให้ผ่าตัดได้แม่นยำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ชวนส่องข้อดีของการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด
การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เป็นการผ่าตัด “ผ่านกล้อง” โดยแพทย์จะควบคุมแขนกลผ่านคอมพิวเตอร์ ช่วยให้แพทย์ผ่าตัดในจุดที่ซับซ้อนหรือเข้าถึงยากได้แม่นยำขึ้น และกระทบเนื้อเยื่อรอบข้างน้อย จึงทำให้แผลเล็ก และฟื้นตัวเร็ว โดยก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ ได้นำหุ่นยนต์ผ่าตัดมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว ล่าสุดก็สามารถใช้ผ่าตัดมดลูกให้ผู้ป่วยระยะก่อนมะเร็งปากมดลูกขั้นรุนแรง (CIN3) เป็นครั้งแรกสำเร็จ
ซึ่งนับเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ของกรมการแพทย์ ต่อจากโรงพยาบาลราชวิถีที่ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ไปแล้วมากกว่า 1,100 ราย แม้การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในไทยยังไม่แพร่หลาย เพราะเครื่องมือราคาแพงและต้องใช้แพทย์เฉพาะทาง แต่ก็สะท้อนว่าการรักษาขั้นสูงเริ่มกระจายออกจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่สู่หน่วยบริการของรัฐมากขึ้น ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาเฉพาะทางที่แม่นยำ ปลอดภัย และได้ผลดีขึ้น
ตามนโยบายกรมการแพทย์ ที่ตั้งเป้าพัฒนาแพทย์ไทยให้ทันสมัย ขยายบริการไปทั่วภูมิภาค ตอบความต้องการด้านสุขภาพ และสร้างประโยชน์สูงสุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI ตรวจโรคตับฝีมือคนไทย รู้ผลใน 7 วินาที ลดค่าตรวจเหลือหลักร้อย
ทีมนักศึกษาจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) และ SMART LAB ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พัฒนาระบบชื่อ “SmartLiva” ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพอัลตราซาวด์ ช่วยคัดกรองโรคเกี่ยวกับตับได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

