ไทยดัน Medical Hub ยกระดับนวัตกรรมสู่ระดับโลก พร้อมขยายเวลา วีซ่าบริการสุขภาพ
facebook Iconx Iconline Icon

การแพทย์

ไทยดัน “Medical Hub” ยกระดับนวัตกรรมสู่ระดับโลก พร้อมขยายเวลา “วีซ่าบริการสุขภาพ”

Clock Icon

12 มิถุนายน 2569

ภาคสาธารณสุขและเทคโนโลยีของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ประกาศความพร้อมและผลักดันประเทศในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) โดยมีการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ตลอดจนการทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ

⚫️ศักยภาพด้านระบบสุขภาพระดับสากลของไทย

ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน และอันดับที่ 9 ของโลก (ตามการจัดอันดับในปี 2568) นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล JCI มากที่สุดในภูมิภาค

ซึ่งความเชื่อมั่นดังกล่าวช่วยดึงดูดชาวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์มากกว่า 3 ล้านคนในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ภาครัฐอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายระยะเวลา "วีซ่าบริการสุขภาพ" เพื่อรองรับอุปสงค์ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยสบส. มีแผนที่จะนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการลดขั้นตอน เพิ่มความรวดเร็วสำหรับกระบวนการจดทะเบียนสถานพยาบาล และมาช่วยในการตรวจสอบโฆษณา พร้อมกับ มีการแก้ไขระเบียบด้านการสื่อสารให้เท่าทันยุคดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันกับนานาชาติ

อีกทั้งภาครัฐเตรียมพิจารณาผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการโฆษณาสถานพยาบาล นโยบายนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถสื่อสารการตลาดและนำเสนอจุดเด่นของการบริการได้กว้างขวางขึ้น ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือข้อมูลการโฆษณาจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง มีความปลอดภัย และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค


⚫️ส่งเสริมนวัตกรรมทางการแพทย์และ Medical AI

จากข้อมูลของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ตลาดนวัตกรรมการแพทย์ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 22-25 ต่อปี รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดตั้ง "ย่านนวัตกรรมทางการแพทย์" (Medical Innovation District) ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ย่านโยธี จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดขอนแก่น เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการบ่มเพาะและสนับสนุนกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) และผู้ประกอบการ SME ให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก

การปรับกลยุทธ์ของภาครัฐในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยผ่านการใช้เทคโนโลยี และการปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความทันสมัย ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยขยายโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารการตลาด ในการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม Wellness และ Healthcare ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐเร่งเครื่อง_HealthTech_ใช้_AI_พลิกระบบสุขภาพ_สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

รัฐเร่งเครื่อง HealthTech! ใช้ AI พลิกระบบสุขภาพ สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

รัฐบาลและกระทรวง อว. เสนอแนวทางขับเคลื่อนเทคโนโลยีสุขภาพ (HealthTech) ของไทย โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI ช่วยยกระดับระบบสุขภาพจากการรักษาไปสู่การป้องกันก่อนเจ็บป่วย พร้อมสร้างสังคมสุขภาพดีและเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยในช่วงที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย

clock3 วันที่แล้ว
ปลดล็อกสเต็มเซลล์ไทยเปลี่ยนงานวิจัย_มทส_สู่ธุรกิจนวัตกรรมการแพทย์

ปลดล็อกสเต็มเซลล์ไทยเปลี่ยนงานวิจัย มทส. สู่ธุรกิจนวัตกรรมการแพทย์

clock3 วันที่แล้ว
อว_จับมือ_7_หน่วยงานไทย_ต่างชาติ_เชื่อมงานวิจัยเครื่องมือแพทย์_ดันไทยสู่_Medical_Hub

อว. จับมือ 7 หน่วยงานไทย–ต่างชาติ เชื่อมงานวิจัยเครื่องมือแพทย์ ดันไทยสู่ Medical Hub

clock18 วันที่แล้ว