
สังคม
ทำไมไทยต้องเร่งวางแผนรับมือ "Y2Q" เมื่อความเก่งของ Quantum Computing อาจกลายเป็นมหันตภัยในอนาคต
30 กรกฎาคม 2569
ปัจจุบัน AI ยังครองความสนใจของโลกเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก นั่นคือ “คอมพิวเตอร์ควอนตัม” (Quantum Computing) เทคโนโลยีนี้มีความสามารถในการจัดการกับโจทย์ที่ซับซ้อน ที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปอาจต้องใช้เวลานานมากในการแก้ปัญหา
จึงมีศักยภาพที่จะช่วยเร่งการพัฒนาในหลายด้าน เช่น การค้นคว้ายา การออกแบบวัสดุใหม่ การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน การวางแผนขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขั้นสูง จนถูกมองว่าอาจเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและการแข่งขันของหลายอุตสาหกรรมในอีกไม่กี่ปี
🔴 ความเก่งกาจ ที่มาพร้อมภัยคุกคาม?
อีกด้านหนึ่ง คอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การโจมตีระบบเข้ารหัสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์ครั้งใหญ่ในยุคควอนตัม หรือที่เรียกว่า Y2Q (Year 2 Quantum)
เพราะระบบความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น Transport Layer Security (TLS) เป็นมาตรฐานที่ช่วยปกป้องการสื่อสารออนไลน์ ที่อาศัยอัลกอริทึมเข้ารหัสหลายประเภท เช่น RSA, Diffie-Hellman และ ECC เพื่อป้องกันข้อมูลระหว่างการรับส่ง
แม้ระบบเหล่านี้จะมีความปลอดภัยสูง จนแม้แต่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) ยังอาจต้องใช้เวลามากกว่าพันปีในการถอดรหัส ทว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคตอาจสามารถถอดรหัสระบบเดียวกันนี้ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
ความเสี่ยงที่น่าจับตาคือแนวคิด “เก็บข้อมูลวันนี้ แล้วรอถอดรหัสในอนาคต” หรือ Harvest Now, Decrypt Later (HNDL) ที่ผู้ไม่หวังดีอาจเก็บข้อมูลสำคัญของประเทศที่ยังถูกเข้ารหัสไว้ เช่น ข้อมูลลับของภาครัฐหรือธุรกรรมทางการเงิน แล้วรอจนคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะมีความสามารถมากพอในการถอดรหัสและนำข้อมูลไปใช้ในอนาคต
หากเกิดขึ้นจริง ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบสำคัญที่พึ่งพาการเข้ารหัสเพื่อปกป้องข้อมูล ตั้งแต่ระบบการเงิน การค้า ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ หรือแม้แต่ข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ได้
ซึ่งหากมองไปที่ประเทศใหญ่ๆอย่างสหรัฐฯ ก็มีการเตรียมตัวรับมือความเสี่ยงจากควอนตัมแล้ว โดยสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NIST ได้ประกาศมาตรฐานการเข้ารหัสแบบ Post-Quantum Cryptography (PQC) ชุดแรกในปี 67
เพื่อให้ภาครัฐและภาคธุรกิจเริ่มปรับปรุงระบบความปลอดภัย ก่อนที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะมีความสามารถมากพอในการโจมตีระบบเข้ารหัสเดิมได้ในอนาคต
🔴ปัจจุบัน ไทยมีการเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัมแล้วหรือยัง?
ลำพังแค่การอัปเดตซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถการรับมือกับความเสี่ยงนี้ได้ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบเข้ารหัส โครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ และระบบเก่าจำนวนมาก
ล่าสุด ไทยจึงเริ่มวางแผนเตรียมความพร้อมผ่านร่าง Quantum Security Framework พ.ศ. 2569–2578 เพื่อวางแผนเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเข้ารหัสแบบ Post-Quantum Cryptography (PQC) หรือระบบเข้ารหัสรูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาให้สามารถรับมือกับการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้
การเปลี่ยนผ่านจะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการปรับซอฟต์แวร์และอัปเกรดระบบที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องรื้อหรือเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดในครั้งเดียว โดยถูกวางเป็นแผนระยะยาว 10 ปี แบ่งออกเป็น 4 ระยะ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถทยอยปรับระบบและเตรียมความพร้อมได้อย่างเป็นขั้นตอน
🔴ส่องโรดแมป 4 ระยะ สู่โครงสร้างความปลอดภัยยุคใหม่
ระยะที่ 0 (ปี 69) เน้นการจัดตั้งกลไกขับเคลื่อน และประเมินสถานะความพร้อมเบื้องต้นของประเทศ
ระยะที่ 1 (ปี 69–70) สำรวจสินทรัพย์ด้านการเข้ารหัส (Crypto Inventory) และประเมินความเสี่ยงของระบบ
ระยะที่ 2 (ปี 70–73) การทดลองใช้งานระบบลูกผสม (Hybrid Systems) ระหว่างเทคโนโลยีการเข้ารหัสแบบดั้งเดิมและมาตรฐาน PQC
ระยะที่ 3 (ปี 73–78) ขยายผลและบังคับใช้มาตรฐาน PQC ในระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ สกมช. ยังเตรียมผลักดันให้หน่วยงานรัฐใช้ MFA เป็นมาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว พร้อมจัดตั้ง Quanta Center เป็นศูนย์กลางด้านความรู้ การทดสอบความพร้อม และการพัฒนาบุคลากรด้านการเข้ารหัสที่รองรับยุคควอนตัม เพื่อช่วยให้ภาครัฐและเอกชนปรับตัวสู่มาตรฐานใหม่ได้อย่างเป็นระบบ
แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีควอนตัมยังอยู่ในช่วงพัฒนาและไม่ได้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายเชิงพาณิชย์ แต่การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้คือการวางรากฐานด้านมาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อให้ระบบดิจิทัลของไทยรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังดึงดูดการลงทุนด้าน Data Center คลาวด์ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ออสเตรเลียฟ้อง Telegram ปมปล่อยเนื้อหาสนับสนุนการก่อการร้าย สะท้อนแรงกดดันแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วโลก
การกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เข้มงวดมากขึ้น เมื่อรัฐบาลออสเตรเลียเริ่มดำเนินคดีทางกฎหมายต่อ Telegram จากข้อกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มไม่ดำเนินการลบเนื้อหาที่เข้าข่ายสนับสนุนการก่อการร้าย แม้จะได้รับการแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ตาม

ออสเตรเลียฟ้อง Telegram ปมปล่อยเนื้อหาสนับสนุนการก่อการร้าย สะท้อนแรงกดดันแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วโลก

เกาหลีใต้สั่งปรับ KT Corp ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมกว่า 5 หมื่นล้านวอน หลังข้อมูลลูกค้ารั่วแล้วปกปิดเหตุ
