
เศรษฐกิจ - การลงทุน
UPOV 1991 เมื่อ “สิทธิในเมล็ดพันธุ์” กลายเป็นเรื่องของเกษตรกร อาหาร และอธิปไตยทางพันธุกรรม
2 ตุลาคม 2569
เมล็ดพันธุ์ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นของการปลูกพืช แต่ยังเกี่ยวข้องกับต้นทุนของเกษตรกร การพัฒนาพันธุ์ใหม่ ความหลากหลายของพืช และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ หนึ่งในเรื่องที่กำลังถูกพูดถึง
คือ UPOV 1991 กติกาสากลว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งมักถูกหยิบขึ้นมาพร้อมกับประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างประเทศของไทย
พูดง่าย ๆ UPOV 1991 ให้สิทธิแก่ผู้ที่พัฒนาพันธุ์พืชใหม่ สามารถควบคุมการผลิต การขยายพันธุ์ และการนำพันธุ์นั้นไปใช้ในเชิงพาณิชย์ตามที่กฎหมายกำหนด จุดประสงค์คือสร้างแรงจูงใจให้เกิดการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ใหม่มากขึ้น
แต่ในอีกด้านก็เกิดคำถามว่า เมื่อสิทธิของผู้พัฒนาพันธุ์เพิ่มขึ้น เกษตรกรจะยังสามารถเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อ คัดเลือก แลกเปลี่ยน หรือใช้เมล็ดพันธุ์ได้อย่างเดิมมากน้อยแค่ไหน
“ทรัพยากรพันธุกรรมไทย” ใครควรได้ประโยชน์?
ประเทศไทยมีพันธุ์พืชพื้นเมืองและทรัพยากรพันธุกรรมจำนวนมาก หากไม่มีฐานข้อมูลและระบบบันทึกแหล่งที่มาที่ดีพอ ทรัพยากรเหล่านี้อาจถูกนำไปวิจัยหรือต่อยอด ก่อนกลับมาในรูปของพันธุ์ใหม่ที่มีผู้ถือสิทธิในต่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับแนวคิด Biopiracy หรือการใช้ทรัพยากรชีวภาพโดยที่เจ้าของแหล่งกำเนิดไม่ได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม
แต่ประเด็นจึงไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่าใครเป็นคนพัฒนาพันธุ์พืชขึ้นมาเป็นคนสุดท้าย แต่ต้องดูด้วยว่า พันธุกรรมนั้นมีต้นทางมาจากไหน ใครเป็นผู้ดูแลหรือใช้ประโยชน์มาก่อน และประเทศต้นทางควรได้รับส่วนแบ่งหรือประโยชน์อย่างไร เพราะเมล็ดพันธุ์ไม่ได้เป็นเพียงผลงานที่มีเจ้าของสิทธิ แต่ยังเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศด้วย
เมื่อธรรมชาติ “ไม่มีเส้นแบ่ง” แบบกฎหมาย
ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของการเกษตรไม่ได้มีเส้นแบ่งชัดเจนเหมือนกฎหมาย เพราะละอองเกสรสามารถปลิวข้ามจากแปลงหนึ่งไปอีกแปลงหนึ่ง และพืชก็สามารถผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติได้
ขณะที่ UPOV 1991 มีแนวคิดเรื่อง Essentially Derived Varieties (EDV) หรือพันธุ์ที่พัฒนาต่อยอดจากพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองอยู่แล้ว คำถามจึงเกิดขึ้นว่า หากพืชมีลักษณะบางอย่างคล้ายหรือเชื่อมโยงกับพันธุ์ที่มีเจ้าของสิทธิ แต่เกิดจากการผสมตามธรรมชาติ หรือจากการคัดเลือกพันธุ์ที่เกษตรกรทำกันตามปกติ จะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือไม่
ดังนั้น กฎหมายจึงควรกำหนดให้ชัดว่า กรณีไหนถือเป็นการละเมิด และกรณีไหนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือวิถีเกษตร เพื่อคุ้มครองเจ้าของสิทธิ โดยไม่ทำให้เกษตรกรที่ไม่ได้ตั้งใจละเมิดต้องรับความเสี่ยงเกินไป
“พันธุ์ข้าวไทย” กับโจทย์ฐานข้อมูลพันธุกรรม
ซึ่ง “ข้าวไทย” เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เพราะไทยมีทั้งพันธุ์ข้าวพื้นเมืองและความหลากหลายทางพันธุกรรม ตรงนี้ก็เป็นคำถามมาสู่ว่า วันนี้เรามีข้อมูลมากพอหรือยังที่จะยืนยันได้ว่า พันธุ์หรือพันธุกรรมเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทย
ซึ่งถ้าหากไทยไม่มีฐานข้อมูลที่ละเอียดและชัดเจน ประเทศหรือบริษัทที่มีเทคโนโลยี งานวิจัย และระบบจดสิทธิที่พร้อมกว่า อาจนำทรัพยากรเหล่านี้ไปพัฒนาต่อและสร้างมูลค่าได้มากกว่าไทยเอง
ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยควรให้ความสำคัญควรเป็นเรื่องการจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรพันธุกรรมของประเทศ เพื่อให้สามารถยืนยันแหล่งที่มาและปกป้องทรัพยากรของไทยได้ในอนาคต
ท้ายที่สุด UPOV 1991 ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของสิทธิในพันธุ์พืช แต่ยังเกี่ยวข้องกับว่า ใครเป็นคนดูแลทรัพยากร ใครได้ประโยชน์ และใครต้องรับต้นทุนที่เกิดขึ้น
ดังนั้น หากไทยจะเพิ่มสิทธิให้ผู้พัฒนาพันธุ์ อาจต้องมองให้รอบด้านถึงเรื่องมาตรการดูแลเกษตรกร รักษาการแข่งขันในตลาด และปกป้องพันธุกรรมพืชของไทยควบคู่กันไป เพราะเรื่องเมล็ดพันธุ์ไม่ได้กระทบแค่ภาคเกษตร แต่สามารถเชื่อมโยงโดยตรงกับเรื่องของอาหารและความมั่นคงของประเทศในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง


