
โดยทั่วไป การตรวจโรคเกี่ยวกับหลอดอาหารและระบบทางเดินอาหารด้วยวิธีมาตรฐานแบบเดิมที่เรียกว่า High Resolution Manometry (HRM) ผู้ป่วยต้องตื่นและมีสติอยู่ตลอด เพื่อกลืนน้ำตามคำสั่งแพทย์ ขณะเดียวกันจะมีสายตรวจสอดค้างไว้ในหลอดอาหาร
ทำให้ระหว่างตรวจผู้ป่วยมักรู้สึกอึดอัด ระคายเคือง คลื่นไส้ และอาจมีอาการเจ็บ รวมถึงควบคุมการกลืนได้ไม่สะดวก
ศิริราชนำร่อง ใช้ Impedance Planimetry ตรวจง่าย และแม่นยำขึ้น
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำเทคโนโลยี “Impedance Planimetry” มาใช้ตรวจหาความผิดปกติในการทำงานและการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร ในโรงพยาบาลศิริราช เป็นแห่งแรกของประเทศไทย
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยตรวจการทำงานของหลอดอาหารแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เห็นการทำงานของหลอดอาหารได้ละเอียดขึ้น สามารถวัดได้ทั้งแรงบีบตัวของหลอดอาหารและความยืดหยุ่นของผนังหลอดอาหารอย่างละเอียด
จุดเด่นคือ “ผู้ป่วยไม่ต้องมีสติตลอดเวลา” ก็ตรวจได้
โดยสามารถตรวจร่วมกับการส่องกล้องในขณะที่ผู้ป่วยใช้ยานอนหลับได้ ลดความไม่สบายตัวของผู้ป่วยเมื่อเทียบกับการตรวจแบบเดิม
การตรวจ จะใช้การวิเคราะห์แรงต้านภายในหลอดอาหาร และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ภายในอวัยวะ ทำให้แพทย์เห็นภาพการทำงานของระบบทางเดินอาหารได้ชัดเจนขึ้น ช่วยให้วินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น
ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในโรคที่วินิจฉัยได้ยากและเป็นเรื้อรัง เช่น โรคกลืนลำบาก โรคกรดไหลย้อน และโรคอะคาเลเซีย (Achalasia) ที่พบได้มากขึ้นในผู้สูงอายุ และในคนที่มีอาการเรื้อรังจากการทำงานของหลอดอาหารผิดปกติ
การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการรักษาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับการรักษาของการแพทย์ไทย ที่มองว่าเทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นตัวช่วยผลักดันให้ระบบสุขภาพแม่นยำขึ้น และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่ทันสมัยได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"SERS-TB" นวัตกรรม AI ฝีมือคนไทย ยกระดับการคัดกรองวัณโรคแฝง
วัณโรค (Tuberculosis) ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่ประเทศไทยต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการแพทย์สมัยใหม่จะพัฒนาไปไกล โรคนี้ก็ยังสามารถคร่าชีวิตผู้ป่วยได้หากไม่ได้รับการดูแลที่ทันท่วงที โดยเฉพาะ "วัณโรคแฝง" (Latent Tuberculosis Infection: LTBI)

