
สังคม
"พม. CARE" ยื่นขอสวัสดิการผ่านมือถือ ลดขั้นตอน เพิ่มความโปร่งใส เข้าถึงสิทธิได้เร็วขึ้น
7 กรกฎาคม 2569
การเข้าถึงสวัสดิการของรัฐเป็นสิทธิที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน แต่ที่ผ่านมาประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับขั้นตอนการยื่นเอกสารที่ยุ่งยาก ใช้เวลานาน และผู้มีสิทธิบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงระบบได้อย่างทั่วถึง
จากปัญหาดังกล่าว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงเดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐด้วยการเปิดตัว "พม. CARE" แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับยื่นคำขอรับความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคมผ่านสมาร์ตโฟน ช่วยให้ประชาชนสามารถยื่นคำขอ ติดตามสถานะ และเข้าถึงสิทธิของตนเองได้สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น พร้อมลดปัญหาการตกหล่นของผู้มีสิทธิ และลดความซ้ำซ้อนในการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ
⚫️ เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เพิ่มความแม่นยำในการคัดกรอง
"พม. CARE" คือการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับระบบ พม. Smart, MSO-Logbook, แอปพลิเคชัน ThaiD และแอปพลิเคชัน ทางรัฐ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การยื่นคำขอ การตรวจสอบสิทธิ การพิจารณา ไปจนถึงการติดตามผลการช่วยเหลือ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความแม่นยำในการคัดกรอง และทำให้การส่งเงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น
ในระยะแรก ระบบเปิดให้ประชาชนยื่นคำขอรับเงินสงเคราะห์ผ่าน e-Service บนสมาร์ตโฟน ครอบคลุมสวัสดิการสำคัญ 6 ประเภท ได้แก่ เงินช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน เงินสงเคราะห์ครอบครัว เงินช่วยเหลือคนพิการ เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง รวมถึงเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก โดยเริ่มนำร่องใน 9 จังหวัด ก่อนขยายผลในระดับประเทศต่อไป
⚫️ ใช้เทคโนโลยีลดระยะเวลาพิจารณา เพิ่มประสิทธิภาพบริการ
นอกจากนี้ระบบยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ โดยผู้ที่มีข้อมูลอยู่ในระบบเดิมจะสามารถลดระยะเวลาพิจารณาคำขอรับเงินสงเคราะห์เหลือไม่เกิน 10 วันทำการ จากเดิมที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ส่วนผู้ยื่นคำขอรายใหม่จะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 15 วันทำการ หลังผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติ
ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ยังคงเปิดช่องทางการยื่นคำขอแบบเดิมสำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล พร้อมจัดเจ้าหน้าที่และเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ลงพื้นที่ให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการได้อย่างเท่าเทียม
การพัฒนา "พม. CARE" นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ลดขั้นตอนการให้บริการ เพิ่มความโปร่งใส ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับการเข้าถึงสวัสดิการของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมสร้างระบบบริการภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อินโดนีเซียเตรียมแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเล่นโซเชียล การจำกัดหน้าจอคือ "ทางออก" หรือ "ตัดโอกาส" การเรียนรู้?
โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการสื่อสารเท่านั้น แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของเด็กและเยาวชนทั่วโลก จนหลายประเทศเริ่มตั้งคำถามว่า เด็กควรเข้าถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ตั้งแต่อายุเท่าไร และใครควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลกระทบที่ตามมา


