IMF ชี้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการเติบโตเอเชีย ไทยจะเปลี่ยนโอกาสเป็นความได้เปรียบได้ยังไง
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

IMF ชี้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการเติบโตเอเชีย ไทยจะเปลี่ยนโอกาสเป็นความได้เปรียบได้ยังไง

เอเชียเป็นภูมิภาคที่เติบโตจากการเป็นฐานแหล่งผลิตสำคัญของโลก ที่มาจากการค้า การลงทุนจากต่างประเทศ และแรงงานที่ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม 

แต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น โมเดลการเติบโตที่เคยสร้างความสำเร็จนี้ก็อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะการมาของเทคโนโลยีไม่ได้เปลี่ยนแค่วิธีการผลิต แต่ยังเปลี่ยนโครงสร้างของตลาด ชนิดของสินค้าที่เป็นที่ต้องการ และตลาดแรงงานไปพร้อมกัน

IMF ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาในบทความ Asia’s Next Growth Story ว่า ประเทศต่างๆในเอเชียกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ตั้งแต่ความไม่แน่นอนของการค้าโลก ประชากรที่เริ่มก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ไปจนถึงการเพิ่มกำลังผลิตที่ทำได้ยากขึ้น

โดย IMF มองว่าเทคโนโลยีอย่าง AI และระบบดิจิทัลอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตระลอกใหม่ และเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของเอเชีย ซึ่งผลการวิเคราะห์ของ IMF ชี้ว่า AI มีศักยภาพช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อปีของประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียราว 0.5 - 1 % และอาจช่วยชดเชยผลกระทบจากสังคมสูงวัยได้บางส่วน

เทคโนโลยีจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใหม่สำหรับภาคธุรกิจ แต่ยังมีศักยภาพในการเพิ่มกำลังผลิตและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของทั้งประเทศได้ หากนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม 

ซึ่งประเทศที่มีบุคลากรทักษะสูง โครงสร้างพื้นฐานพร้อม และระบบสนับสนุนนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ย่อมมีโอกาสนำเทคโนโลยีไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า ขณะที่ประเทศที่ยังขาดความพร้อมอาจต้องเผชิญช่องว่างทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้น

แล้วไทยจะเปลี่ยนโอกาสนี้ให้เป็น “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” ได้ยังไง

โจทย์สำคัญของไทยคือการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดจุดแข็งทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ แทนการพึ่งพารูปแบบการผลิตเดิมหรือแข่งขันด้วยต้นทุนเพียงอย่างเดียว

จุดเริ่มต้นที่เห็นชัดคือภาคการผลิต เพราะเป็นฐานเศรษฐกิจที่ไทยมีอยู่แล้ว  การนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน การใช้ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม หรือการพัฒนาบริการดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทาน ล้วนเป็นแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการเพิ่มแรงงานหรือเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว

นอกจากภาคการผลิต การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าถึงเครื่องมือที่เคยมีต้นทุนสูง เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูล การตลาดดิจิทัล และ AI สำหรับงานบริการ เครื่องมือจะเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น วางแผนการขายได้แม่นยำ ลดเวลากับงานซ้ำๆ 

รวมถึงช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กมีโอกาสแข่งขันกับรายใหญ่และขยายไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ โดยไม่ต้องเพิ่มเงินลงทุนหรือจำนวนพนักงานในสัดส่วนเดียวกัน 

สร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีด้วยตัวเอง

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เผยตัวเลขว่า ในช่วงปี 67–68 ไทยมีคำขอลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวมกันมากถึง 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนความสนใจของนักลงทุนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทย

แต่การดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับเศรษฐกิจเท่านั้น โจทย์สำคัญคือ ไทยจะเปลี่ยนการลงทุนเหล่านี้ให้เป็นความสามารถทางเทคโนโลยีและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวได้ยังไง

เพราะการมีโรงงานเทคโนโลยีขั้นสูงหรือการนำ AI มาใช้ ไม่ได้ทำให้ประเทศพัฒนานวัตกรรมของตัวเองได้โดยอัตโนมัติ BOI จึงมีกลไกสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและการวิจัย รวมถึงการยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้เชื่อมโยงกับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

อีกทั้งต้นเดือน ก.ย. 69 ภาครัฐเห็นชอบโครงการ Business Transformation เพื่อหนุนการวิจัยและพัฒนา และการนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI และระบบอัตโนมัติมาเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ควบคู่กับมาตรการ Skill Bridge ที่มุ่งพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่

ในส่วนของธุรกิจ SME สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ก็มีโครงการหนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เช่น d-transform ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายแบบสมทบทุน และ d-voucher ที่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทดลองใช้เทคโนโลยีดิจิทัลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขโครงการ มาตรการเหล่านี้ช่วยลดข้อจำกัดด้านต้นทุน แต่ต้องควบคู่กับการพัฒนาทักษะ เพื่อให้ผู้ประกอบการเลือกใช้เครื่องมือได้เหมาะสมและเพิ่มผลิตภาพได้จริง

ทางฝั่งกระทรวงแรงงานเองก็ให้ความสำคัญ ด้วยการเร่งพัฒนาทักษะใหม่และยกระดับทักษะเดิมของแรงงาน (Reskill และ Upskill) ร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา เพื่อเตรียมทักษะดิจิทัลและ AI ให้ทันตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป เพราะการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีไม่ได้ต้องการแค่เครื่องมือทันสมัย แต่ต้องมีคนที่ใช้เครื่องมือเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเรียนรู้ต่อเนื่อง 

ไทยจะกลับมามีบทบาทนำในเอเชียได้อย่างไร

การที่ไทยจะกลับมามีบทบาทนำในเอเชียได้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดหรือการดึงดูดเงินลงทุนได้มากที่สุดเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นผลิตภาพ นวัตกรรม และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เข้าถึงคนในวงกว้าง

อีกปัจจัยสำคัญคือการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาค เพราะการลดอุปสรรคทางการค้าและขยายความร่วมมือระหว่างกันจะช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาบริการใหม่ ๆ โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการค้าและการดำเนินธุรกิจมากขึ้น

หนึ่งในความร่วมมือที่น่าจับตาคือความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศสมาชิกให้เป็นระบบเดียวกันมากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การค้าดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงการชำระเงิน การเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามพรมแดน และความร่วมมือด้าน AI

หากความตกลงนี้ได้รับการลงนามและนำไปใช้จริง ก็อาจช่วยลดข้อจำกัดจากกฎเกณฑ์และระบบดิจิทัลที่แตกต่างกันระหว่างประเทศ ทำให้ธุรกิจสามารถทำธุรกรรมและขยายตลาดไปยังประเทศสมาชิกได้สะดวกขึ้น 

DEFA จึงเป็นโอกาสในการใช้ตลาดอาเซียนเป็นฐานต่อยอดธุรกิจดิจิทัลและสร้างความสามารถในการแข่งขัน แต่ผลลัพธ์จะเป็นยังไง ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามหลังนำข้อตกลงไปปฏิบัติจริง รวมถึงการปรับกฎระเบียบและการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในประเทศ

สำหรับไทย โจทย์สำคัญคือการนำโอกาสเหล่านี้มาต่อยอดจุดแข็งของประเทศ ทั้งฐานการผลิตและความเชื่อมโยงกับตลาดเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการใหม่ สนับสนุนให้ธุรกิจไทยสร้างนวัตกรรม และช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น เพราะการเปิดรับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากธุรกิจยังขาดบุคลากร เงินทุน หรือความรู้ที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์

ท้ายที่สุด AI และเทคโนโลยีดิจิทัลอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตระลอกใหม่ในเอเชีย แต่โอกาสที่แต่ละประเทศจะได้รับย่อมแตกต่างกันตามความพร้อมในการปรับตัว การลงทุนพัฒนาคน และนโยบายที่ช่วยให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จุฬาฯ_เปิดตัว_DSAT_ระบบวัดสมรรถนะ_AI_Data_Science_ครั้งแรกในไทย_เครื่องมือประเมินทักษะ_ต่อยอดการพัฒนากำลังคนดิจิทัล

จุฬาฯ เปิดตัว DSAT ระบบวัดสมรรถนะ AI & Data Science ครั้งแรกในไทย เครื่องมือประเมินทักษะ ต่อยอดการพัฒนากำลังคนดิจิทัล

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดตัว Data Science & AI Aptitude Test (DSAT) แบบประเมินความถนัดด้านวิทยาการข้อมูลและ AI พร้อมเผยผลวิจัยเกี่ยวกับสมรรถนะของกำลังคนในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย

clock2 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐไต้หวันคุมเข้มส่งออกชิป_AI_ไปจีน_เพิ่มอำนาจทางกฎหมายสกัดการลักลอบขนส่ง_ตามแนวทางสหรัฐฯ
ต่างประเทศสังคม

รัฐไต้หวันคุมเข้มส่งออกชิป AI ไปจีน เพิ่มอำนาจทางกฎหมายสกัดการลักลอบขนส่ง ตามแนวทางสหรัฐฯ

clock2 ชั่วโมงที่แล้ว
ลงทุนกับคนสำคัญยังไง_ในวันที่เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนเศรษฐกิจ

ลงทุนกับคนสำคัญยังไง ในวันที่เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนเศรษฐกิจ

clock9 ชั่วโมงที่แล้ว