
เศรษฐกิจ - การลงทุน
เงินลงทุน PCB ทะลักเข้าไทยมากกว่า 3 แสนล้านบาท! แล้วไทยจะเปลี่ยนโอกาสนี้ให้เป็นมูลค่าได้ยังไง?
4 กันยายน 2569
AI, Data Center และ EV กำลังเร่งการเติบโตของตลาดอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก โดยมี “แผงวงจรพิมพ์” หรือ Printed Circuit Board (PCB) เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนพื้นฐานที่ขาดไม่ได้
โดย PCB ทำหน้าที่เชื่อมต่อและรองรับวงจรต่างๆ ในอุปกรณ์หลายประเภท ตั้งแต่สมาร์ตโฟน เซิร์ฟเวอร์ใน Data Center ไปจนถึงระบบควบคุมในรถยนต์ไฟฟ้า
⚫ ส่องบทบาทของไทยในอุตสาหกรรม PCB
BOI เผยว่า ตั้งแต่ปี 66 ถึงเดือน มิ.ย. 69 ไทยมีเงินลงทุนในอุตสาหกรรม PCB และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกว่า 331,000 ล้านบาท จาก 224 โครงการ หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของเงินลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่มีมูลค่ารวมแล้วกว่า 1 ล้านล้านบาท
ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และกำลังมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นหนึ่งใน 5 ฐานผลิต PCB ของโลก
ซึ่งกระแสการลงทุนยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยในเดือน พ.ค. 69 BOI อนุมัติการลงทุนระยะที่ 2 ให้ผู้ผลิต PCB รายใหญ่จากจีนและไต้หวัน รวมมูลค่ากว่า 22,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรม AI และ Data Center ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะเกิดการจ้างงานเพิ่มกว่า 5,000 ตำแหน่ง
⚫ แม้ตัวเลขการลงทุนจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ไทยก็ยังมีโจทย์ที่ยังต้องเร่งพัฒนา
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าไทยกำลังได้ประโยชน์จากการเข้ามาของอุตสาหกรรม PCB มากขึ้น ทั้งในแง่เงินลงทุนและการจ้างงาน แต่โจทย์คือ จะทำอย่างไรให้ไทยขยับจากการเป็นฐานผลิต ไปสู่การมีส่วนร่วมในห่วงโซ่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มองว่า แม้ไทยจะมีฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มานาน แต่โครงสร้างการผลิตส่วนใหญ่ยังเป็นฐานการรับจ้างผลิต (OEM)
ขณะที่เทคโนโลยีสำคัญอย่าง ชิปและวงจรรวม (IC) ก็ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเมื่อบริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานในไทย ก็มักนำเทคโนโลยี Supplier และผู้เชี่ยวชาญของตัวเองเข้ามาด้วย
อีกโจทย์สำคัญคือการพัฒนาทักษะบุคลากร เพราะบุคลากรที่มีทักษะสูง เป็น “ทรัพยากรเชิงกลยุทธ์” ที่จะกำหนดความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก และเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมไทยก้าวไปสู่เทคโนโลยีและการผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น
โดยรายงาน Thailand Talent Landscape ระบุว่า ภายในปี 2029 ไทยจะต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากกว่า 226,000 คน โดยเฉพาะคนที่มีทักษะด้านวิศวกรรม ระบบอัตโนมัติ การพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการออกแบบวงจร
เพื่อปิดช่องว่างนี้ วว. จึงร่วมกับสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) เดินหน้าสร้างศูนย์วิจัยและสาธิตเทคโนโลยีการผลิตวงจรพิมพ์อัจฉริยะ หรือ TECC (Thailand Electronic Circuit Center) เพื่อเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงทั้ง การพัฒนาคน เทคโนโลยี การผลิต และผู้ประกอบการ เข้าด้วยกัน ผ่าน 4 ส่วนหลัก
สร้างโรงงานต้นแบบระดับอุตสาหกรรม สร้างสายการผลิตต้นแบบ (Pilot Plant) ให้ทดลองและฝึกกับระบบที่ใกล้เคียงกับโรงงานจริง
สร้างคนให้ทันกับอุตสาหกรรม ตั้งเป้าพัฒนาและยกระดับวิศวกรและช่างเทคนิคกว่า 70,000 คนภายใน 5 ปี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม PCB และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
รูปแบบการเรียนรู้แบบ Demand-Driven TECC จะร่วมมือกับบริษัทชั้นนำจัดทำ ศูนย์ฝึกอบรมสำหรับการทำงานจริง (Employment Training Center) ให้เด็กจบใหม่และคนที่ทำงานในโรงงานได้ฝึกใช้เครื่องจักรและเรียนรู้กระบวนการผลิตจริง เพื่อให้พร้อมทำงานได้เร็วขึ้น และลดช่องว่างระหว่างความรู้ในห้องเรียนกับทักษะที่โรงงานต้องการ
เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Hub) เปิดพื้นที่ให้นักวิจัย สตาร์ตอัป และ SMEs ไทยสามารถเข้ามาพัฒนาและทำต้นแบบ PCB ได้ภายใน TECC โดยมี วว. ช่วยดูแลเรื่องความลับทางธุรกิจผ่านข้อตกลง NDA ทำให้สามารถพัฒนางานในประเทศได้ โดยไม่ต้องส่งแบบไปผลิตต่างประเทศเหมือนที่ผ่านมา
⚫ ทำไมการเพิ่มสัดส่วนของไทยในห่วงโซ่การผลิต ถึงสำคัญไม่แพ้การเพิ่มเงินลงทุน?
หัวใจสำคัญของ TECC ไม่ใช่เพียงการดึงบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน แต่คือการเพิ่ม Local Content หรือการให้บริษัทไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลิตชิ้นส่วน วัตถุดิบ และบริการต่างๆ มากขึ้นกว่าการเป็นเพียงฐานผลิต
ซึ่งหากบริษัทไทยสามารถเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิตของบริษัทต่างชาติได้มากขึ้น แม้เพียง 10-20% ก็อาจช่วยให้เกิดการซื้อสินค้าและบริการจากธุรกิจไทย และทำให้เงินหมุนเวียนอยู่ในเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI กำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่? เมื่อเงินลงทุนโตเร็วกว่าผลตอบแทน
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เริ่มเผชิญแรงกดดัน หลังจากราคาปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะ CoreWeave บริษัทผู้ให้บริการคลาวด์สำหรับงาน AI ที่ราคาหุ้นร่วงลงต่อเนื่อง แตะระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน และลดลงมากกว่า 60% จากจุดสูงสุดของปีนี้

