
เศรษฐกิจ - การลงทุน
เนคเทค สวทช. เปิดวิสัยทัศน์เทคโนโลยีแห่งอนาคต ในงาน NECTEC-ACE 2026 ชูควอนตัม อวกาศ และ Physical AI ขับเคลื่อนประเทศไทย
4 กันยายน 2569
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดงาน NECTEC-ACE 2026 ภายใต้แนวคิด “NECTEC 40 Years – Legacy & Beyond วันนี้ที่สร้างไว้ เพื่อก้าวต่อไปที่ยั่งยืน” โดยในงานได้นำเสนอทิศทางเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Tech) ที่กำลังเป็นกระแสโลก 3 ด้าน คือ เทคโนโลยีควอนตัม การสื่อสารผ่านอวกาศ และ Physical AI เพื่อจุดประกายแนวทางใหม่ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และผลักดันให้ประเทศไทยใช้โอกาสเหล่านี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ระบุว่า ภายในช่วง 10–20 ปีข้างหน้า ไทยจำเป็นต้องปรับตัวรับเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมทั้งภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดย อว. จับมือเนคเทค สวทช. และเครือข่ายพันธมิตร วางกรอบการทำงาน 4 ทิศทางสำคัญ ประกอบด้วย
(1) Photonic Semiconductor ภายใต้กรอบ Siam Silica เพื่อสร้างระบบนิเวศตั้งแต่การออกแบบ การบรรจุขั้นสูง ไปจนถึงการทดสอบ และเปิดทางสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
(2) Quantum Technology ที่ต้องเตรียมทั้งกำลังคน พื้นที่ทดลองใช้งาน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะการเข้ารหัสที่พร้อมรับยุคควอนตัม (PQC)
(3) เศรษฐกิจสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อต่อยอดจุดแข็งด้านสุขภาพของไทยสู่บริการและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
(4) Space Economy ที่มุ่งสร้างขีดความสามารถตั้งแต่การพัฒนาดาวเทียม การใช้ข้อมูลอวกาศ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศในอนาคต
ที่เกิดจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยีให้กลายเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 40 ปี เนคเทคได้แสดงให้เห็นว่างานวิจัยเชิงลึกสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาได้จริง โดยเนคเทคมีบทบาทบุกเบิกโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีอุบัติใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว สวทช. ในบทบาท National Research Engine โดยมีเนคเทคเป็นกลไกหลักด้านอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล จึงมุ่งเตรียมความพร้อมให้ประเทศทั้งในมิติบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อให้เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Technology) ถูกพัฒนาต่อยอดให้ตอบโจทย์คนไทยได้จริง ซึ่งมรดกทางความรู้ที่สั่งสมมา 40 ปีจะเป็นฐานสำคัญให้ประเทศก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง
ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า วาระ 40 ปีของเนคเทคเป็นจังหวะสำคัญในการทบทวนเส้นทางที่ผ่านมา ตั้งแต่การวางมาตรฐานดิจิทัลของประเทศ ไปจนถึงผลงานวิจัยที่ถูกนำไปใช้จริงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เช่น ‘Thai School Lunch’ แพลตฟอร์มดูแลโภชนาการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ‘KidBright’ นวัตกรรมการเรียนโค้ดดิ้งของเยาวชน ‘DentiiScan’ เครื่องเอกซเรย์ทันตกรรม 3 มิติ ฝีมือคนไทยที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำบริการการแพทย์ ไปจนถึง ‘TPMAP’ เครื่องมือสำคัญในการชี้เป้าแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศ
ในระยะถัดไป เนคเทคได้เริ่มศึกษาเทคโนโลยีที่ประเทศไทยควรวางแผนรับมือทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
(1) เทคโนโลยีควอนตัม มุ่งวิจัยด้านการเข้ารหัสข้อมูลสำหรับยุคควอนตัม (PQC) และ Quantum Sensing บางประเภท
(2) การสื่อสารผ่านอวกาศ ที่จะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เข้ามาใกล้ชีวิตประจำวัน ซึ่งไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐาน เช่นเดียวกับที่เคยทำในยุคคอมพิวเตอร์และ IoT
(3) Physical AI สำรวจแนวโน้มการก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI จากโลกดิจิทัลสู่โลกกายภาพ ทำให้ระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์สามารถรับรู้ เรียนรู้ และโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมจริงรอบตัวได้อย่างชาญฉลาด
ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนโฉมภาคการผลิตและบริการในอนาคต โดยเป้าหมายของการศึกษาตั้งแต่วันนี้คือการสร้างองค์ความรู้และความพร้อมให้ไทยไม่ตกขบวน เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ก้าวเข้าสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง
งาน NECTEC-ACE 2026 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐกว่า 30 แห่ง และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 3,000 คน ภายในงานเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสโซลูชันที่ใช้งานได้จริงจากเนคเทคและพันธมิตร ครอบคลุมตั้งแต่ AI, เทคโนโลยีควอนตัม, นวัตกรรมด้านการเกษตรและการแพทย์ ไปจนถึงภาคการผลิตในยุคอุตสาหกรรม 5.0
📌 สำหรับผู้สนใจที่ไม่สะดวกเข้าร่วมงาน สามารถติดตามสรุปเนื้อหาและรับชมการสัมมนาย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ www.nectec.or.th/ace2026
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI กำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่? เมื่อเงินลงทุนโตเร็วกว่าผลตอบแทน
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เริ่มเผชิญแรงกดดัน หลังจากราคาปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะ CoreWeave บริษัทผู้ให้บริการคลาวด์สำหรับงาน AI ที่ราคาหุ้นร่วงลงต่อเนื่อง แตะระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน และลดลงมากกว่า 60% จากจุดสูงสุดของปีนี้

