
ธุรกิจไอที
สงครามกลายเป็นตัวแปรใหม่ของ Data Center ? แอปฯ-ธนาคารใน UAE หยุดชะงัก หลังโดรนถล่มศูนย์ข้อมูล AWS
4 มีนาคม 2569
การโจมตีดาต้าเซ็นเตอร์ของ Amazon ด้วยโดรน ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จนบริการคลาวด์บางส่วนสะดุด ผลกระทบถูกส่งต่อเป็นโดมิโน ทำให้บริการธนาคารและการชำระเงินในบางส่วนใช้งานได้ไม่เต็มที่
เกิดอะไรขึ้นกับดาต้าเซ็นเตอร์?
Amazon Web Services (AWS) ยืนยันว่า การโจมตีด้วยโดรนได้สร้างความเสียหายให้ศูนย์ข้อมูล 2 แห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอีก 1 แห่งในบาห์เรน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังมีการโจมตีผู้นำระดับสูงของอิหร่าน ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้าขัดข้อง เกิดเพลิงไหม้ และเกิดความเสียหายจากน้ำที่ใช้ในการควบคุมเพลิง ส่งผลให้บริการคลาวด์จำนวนมากในตะวันออกกลางเกิดเหตุขัดข้องเป็นวงกว้าง
บริการธนาคารที่ได้รับผลกระทบ
ธนาคารในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รวมถึง Abu Dhabi Commercial Bank (ADCB) และ First Abu Dhabi Bank รายงานว่าเกิดเหตุขัดข้องชั่วคราวกับแอปฯ มือถือ อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และบริการชำระเงิน จากปัญหาการหยุดชะงักของ AWS หลังเกิดเพลิงไหม้
นอกจากนี้ แอปอื่น ๆ อย่างแพลตฟอร์มเดลิเวอรี Careem ซึ่งเป็นแอปฯ เรียกรถและเดลิเวอรีรายใหญ่โดยแก้ไขด้วยการเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลยังรีเจียนอื่นของ AWS รวมถึงบริษัทด้านการชำระเงินอย่าง Alaan และ Hubpay ก็เจอปัญหาระบบล่มหรือใช้งานไม่ได้ชั่วคราวเช่นกัน ส่งผลให้การประมวลผลใบแจ้งหนี้และกระเป๋าเงินดิจิทัลสะดุด ซึ่งทางธนาคารแนะนำให้ลูกค้าใช้บริการผ่านสาขา ตู้ ATM หรือช่องทางทางเลือก เช่น การทำธุรกรรมผ่าน WhatsApp banking ระหว่างที่ระบบมีปัญหา
ปัจจัยทางไซเบอร์อาจไม่ใช่ปัญหาเดียวที่ Data Center ต้องเจอ
ซึ่งแหล่งข่าวหลายแห่ง รวมถึง Times of Israel ได้บอกว่า เหตุที่เกิดขึ้นอาจมีเป้าหมายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่าง AWS โดยตรง เพื่อทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาค และบริการที่พึ่งพาคลาวด์เกิดความปั่นป่วน โดย AWS ก็มีการอัปเดตว่าจะทำการเร่งกู้คืนระบบอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์นี้กำลังทำให้เห็นว่าคลาวด์อาจเป็นเป้าหมายในการโจมตีได้ง่ายเมื่อโลกอยู่ในภาวะสงคราม เพราะโครงสร้างพื้นฐานเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของหลายบริการ แปลว่าความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบได้ในวันนี้คงไม่ได้มีแค่การถูกแฮกระบบอย่างเดียว แต่รวมถึงการโจมตีทางกายภาพที่ทำให้ระบบดิจิทัลล่มได้ในพริบตา
ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการออกแบบระบบให้มีแผนสำรอง และการกระจายความเสี่ยง อย่างการใช้ที่เก็บข้อมูลภายในประเทศของตนเองให้มากขึ้น เพื่อรับมือกับวิกฤตอย่างภาวะสงคราม ที่ช่วยยกระดับความต่อเนื่องกับความมั่นคงของการให้บริการได้มากขึ้นในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Block ปลดพนักงานเกือบครึ่งองค์กร เพราะ AI ทำแทนได้เกือบหมด?
กระแส AI แย่งงานคน ถูกพูดถึงมาหลายปี ล่าสุด Block บริษัทแม่ของ Square Cash และ Tidal ออกมาประกาศลดพนักงานกว่า 4,000 คน จากทั้งหมด 10,000 คน

มาเลเซียขอเลือกสวนทาง ! ระงับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่เกี่ยวกับ AI เหตุกังวลการใช้ทรัพยากร
