
แม้แพลตฟอร์ม E-Commerce จะเข้ามาช่วยให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว
แต่จริงๆแล้ว ผู้ประกอบการ SME ไทยจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งค่า GP ค่าโฆษณา ค่าการตลาด และกฎเกณฑ์ต่างๆที่แพลตฟอร์มเป็นผู้กำหนด
ไทยควรฝากอนาคตไว้กับ “แพลตฟอร์มต่างชาติเพียงไม่กี่ราย” ต่อไปจริงหรือ?
เพราะหากมองให้ลึก ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ค่าธรรมเนียม” แต่คือเรื่องของ “อำนาจต่อรอง” และ “โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล” ของประเทศในระยะยาว
ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจำนวนมากจำเป็นต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างชาติแทบทุกด้าน ตั้งแต่
ระบบโฆษณา ระบบชำระเงิน ไปจนถึงระบบขนส่ง ทำให้เมื่อแพลตฟอร์มเหล่านั้นปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหรือกติกา ร้านค้าก็ไม่มีทางเลือก และจำเป็นต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
ซึ่งการแก้ปัญหานี้เราคงไม่ได้อยากเรียกร้องให้แพลตฟอร์ม “ลดค่า GP” เท่านั้น แต่ควรเริ่มต้นจากการสร้าง Ecosystem ดิจิทัลที่มีความสมดุลและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกมากกว่านี้สักหน่อย
ป้องกันการ “ผูกขาดทางดิจิทัล”
เพราะเมื่อแพลตฟอร์มหนึ่งสามารถคุมได้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น Marketplace ระบบจ่ายเงิน โลจิสติกส์ และข้อมูลลูกค้า ก็อาจทำให้เกิดการใช้อำนาจเหนือตลาดได้ในระยะยาว
ซึ่งตอนนี้หลายประเทศทั่วโลกก็เริ่มออกกฎหมายควบคุมแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ เพื่อป้องกัน
ไม่ให้ผู้เล่นรายเล็กเสียเปรียบจนเกินไป และไทยเองก็อาจต้องเริ่มจริงจังกับเรื่องนี้เช่นกัน
ภาครัฐต้องเข้ามา “กำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล” อย่างจริงจัง?
ปัจจุบันร้านค้าหลายร้านยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมสินค้าของตัวเองถึงถูกมองเห็นน้อยลง หรือทำไมค่าโฆษณาถึงแพงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อระบบไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ ก็ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยเสียเปรียบ
ล่าสุด สมาคมอีคอมเมิร์ซไทยและผู้ประกอบการก็ได้มีการร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ
โดยต้องการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ “ดีอี” เข้ามาเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ SME และร้านค้ารายย่อย
โดยข้อเสนอหลักๆ Tech Movement สรุปมาให้ดังนี้
• ยกระดับกฎหมาย DPS ให้ควบคุมพฤติกรรมแพลตฟอร์มได้จริง
• เพิ่มความโปร่งใสเรื่องอัลกอริทึม การมองเห็นสินค้า และค่าธรรมเนียมต่างๆ
• ตรวจสอบต้นทุนที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากผู้ขาย
• คุ้มครองข้อมูลร้านค้าและข้อมูลลูกค้า
• ตั้งศูนย์ร้องเรียนกลางสำหรับผู้ขายที่ถูกปิดร้านหรือถูกลดการมองเห็นอย่างไม่เป็นธรรม
• เปิดสิทธิให้ผู้ขายสามารถเลือกบริการขนส่ง ระบบจ่ายเงิน หรือคลังสินค้าได้เอง
• รวมถึงประสานหน่วยงานต่างๆ เช่น ETDA , กขค. และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อป้องกันการผูกขาดและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม
เป้าหมายคือไม่ใช่การต่อต้านแพลตฟอร์ม แต่ต้องการให้แพลตฟอร์มเติบโตบนกติกาที่โปร่งใส เป็นธรรม และไม่เอาเปรียบ SME ไทยมากเกินไป
นอกจากนี้ ไทยอาจต้องเร่งสนับสนุน “แพลตฟอร์มไทย” และสตาร์ทอัพไทยให้มากขึ้น เพื่อสร้างทางเลือกให้ผู้ประกอบการ และลดการพึ่งพาผู้เล่นต่างชาติ
ปัจจุบันไทยเองก็มีแพลตฟอร์มและผู้ให้บริการทางเลือกอยู่แล้ว หากมีการสนับสนุนอย่างจริงจัง รวมถึงส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้สินค้าและบริการของคนไทยมากขึ้น ก็อาจช่วยให้เม็ดเงินที่เคยไหลออกไปต่างประเทศ กลับมาหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศได้มากขึ้น
และหากไทยต้องการแข่งขันและอยู่รอดในโลกดิจิทัล การสร้างระบบและกติกาที่ทำให้ทั้งแพลตฟอร์ม นักลงทุน และผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างเป็นธรรม อาจเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเริ่มแก้กันตั้งแต่วันนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สรุปประเด็นด้านเทคโนโลยีที่โลกจับตา ในวงสนทนา ทรัมป์-สีจิ้นผิง
การเดือนทางเยือนจีน ของ ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ พร้อมเหล่า CEO ระดับโลก อย่าง Elon Musk, Tim Cook, Larry Fink และ Jensen Huang กลายเป็นที่จับตาของทั่วโลก

Nvidia ลุ้นกลับมาขายชิป AI ให้จีน! หลังสหรัฐฯอนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่ง สั่งซื้อชิป AI อย่าง H200 ได้
