ทุกการโอนเงินต้องระบุพิกัด มาตรการใหม่ยกระดับการสกัดโกงออนไลน์
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ทุกการโอนเงินต้องระบุพิกัด! มาตรการใหม่ยกระดับการสกัดโกงออนไลน์

Clock Icon

30 ธันวาคม 2568

หลายปีที่ผ่านมา ข่าวโกงออนไลน์ในไทยเกิดขึ้นแทบทุกวัน ทั้งการหลอกให้โอนเงินและแก๊งคอลเซนเตอร์ที่โทรหาเราแทบทุกวัน ซึ่งตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นมา มีการแจ้งความคดีโกงออนไลน์สะสมแล้วมากกว่า 1 ล้านคดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมระดับใกล้เคียงหรือเกิน 100,000 ล้านบาท 

โดยรูปแบบที่พบบ่อยคือการหลอกให้เหยื่อโอนเงินผ่าน Mobile Banking ไปยัง “บัญชีม้า” ซึ่งมิจฉาชีพเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อรับและกระจายเงินต่ออย่างรวดเร็ว และการเติบโตอย่างรวดเร็วของ ระบบการเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ PromptPay ยิ่งทำให้การโอนเงินสะดวกและเร็วขึ้นมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้มิจฉาชีพใช้ประโยชน์จากความเร็วของระบบร่วม

โดยเฉลี่ยเหยื่อใช้เวลา 18 ชั่วโมงกว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอก ขณะที่มิจฉาชีพสามารถโอนเงินออกไปได้เฉลี่ยราว 3 นาที เท่านั้น แม้ธนาคารจะสามารถอายัดบัญชีได้ แต่ก็มักเป็นการดำเนินการหลังความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งนับตั้งแต่ 1 พ.ย. 66 ถึงวันที่ 1 ส.ค. 68 มีการระงับบัญชีธนาคารไปกว่า 821,090 บัญชี หรือเฉลี่ย 1,269 บัญชีต่อวัน

ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการออกมาตรการ จำกัดการใช้บัญชีม้าและป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์ผ่าน Mobile Banking อย่างการกำหนดให้บุคคลสามารถมี SIM Card ได้ไม่เกินจำนวน 5 เบอร์จากทุกผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อลดการเปิดบัญชีปลอมเชื่อมกับ Mobile Banking พร้อมกำกับให้ธนาคารตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างชื่อเจ้าของบัญชีกับ SIM Card ที่ใช้เชื่อมกับบัญชี

เพื่อยกระดับการป้องกัน ล่าสุด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาตรการใหม่ โดยประกาศให้ธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกแห่ง ต้องบันทึกพิกัดสถานที่ (Location) ของผู้โอนเงินทุกครั้งที่ใช้ Mobile Banking ซึ่งธนาคารต้องพัฒนาและเริ่มใช้ระบบนี้ ภายใน 6 เดือน


การบังคับให้มีข้อมูล Location ในทุกธุรกรรม ช่วยอะไรได้บ้าง?

มาตรการดังกล่าวไม่ใช่แค่การเพิ่มรายละเอียดทางเทคนิค แต่เป็นการออกแบบระบบใหม่ให้เกิด “ร่องรอยดิจิทัลที่ตรวจสอบได้” มากขึ้น เพราะข้อมูลพิกัดจะช่วยให้ธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นรูปแบบการใช้งานที่ผิดปกติได้ชัดขึ้น เช่น การโอนเงินจากหลายบัญชีที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน หรือพฤติกรรมการโอนที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งานปกติของผู้ใช้ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการตรวจจับความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการหยุดยั้งเส้นทางการเงินของอาชญากรรมได้เร็วกว่าเดิม

มาตรการนี้สะท้อนว่าหน่วยงานรัฐกำลังตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ทำให้สามารถติดตามเส้นทางเงินตั้งแต่ต้นทาง เพื่อจับสัญญาณผิดปกติ ก็จะช่วยลดโอกาสที่เงินจะถูกโยกย้ายไปแบบรวดเร็ว เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบได้มากขึ้น


แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงเวลารื้อกฎหมายการศึกษา_เพื่อรีเซ็ตโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ถึงเวลารื้อกฎหมายการศึกษา เพื่อรีเซ็ตโครงสร้างเศรษฐกิจไทย?

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะขยายตัวเพียง 1.5% ซึ่งต่ำที่สุดในอาเซียน ขณะที่รายได้ต่อหัวของคนไทยอยู่ที่เพียง 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งยังห่างจากเกณฑ์ “ประเทศรายได้สูงที่ธนาคารโลกกำหนดไว้ที่ 14,375 ดอลลาร์ต่อปี

clock12 ชั่วโมงที่แล้ว
เมื่อ_AI_เข้ามาขับเคลื่อนบริการภาครัฐ_ข้อมูลประชาชนจะปลอดภัยแค่ไหน

เมื่อ AI เข้ามาขับเคลื่อนบริการภาครัฐ ข้อมูลประชาชนจะปลอดภัยแค่ไหน?

clock2 วันที่แล้ว
ศาลสั่งปรับ_Meta_กว่า_567_ล้านดอลลาร์_เยียวยาผลกระทบเด็ก_พร้อมเร่งยกระดับระบบคุ้มครองเยาวชน
ต่างประเทศสังคม

ศาลสั่งปรับ Meta กว่า 567 ล้านดอลลาร์! เยียวยาผลกระทบเด็ก พร้อมเร่งยกระดับระบบคุ้มครองเยาวชน

clock3 วันที่แล้ว