
Meta กำลังเผชิญคดีฟ้องร้องครั้งใหม่ หลังอดีตพนักงาน 26 คนจาก ได้ยื่นฟ้องบริษัท โดยอ้างว่า ระบบ AI ประเมินผลงานของบริษัท อาจมีส่วนทำให้พวกเขาถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม จากการตัดสินที่ไม่เข้าใจบริบทของพนักงานแต่ละคน
คดีนี้เกิดขึ้นหลัง Meta ประกาศลดพนักงานครั้งใหญ่ในเดือน พ.ค.69 โดยปรับลดประมาณ 10% หรือราว 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก โดยพนักงานที่ยื่นฟ้องกล่าวหาว่า บริษัทนำข้อมูลจากระบบภายใน เช่น การติดตามผลงาน คะแนนประเมินประสิทธิภาพ และข้อมูลการใช้งานเครื่องมือ AI มาใช้ประกอบการตัดสินใจว่าใครจะถูกเลิกจ้าง
⚫ต้นตอของปัญหาอาจไม่ใช่ AI แต่เป็นวิธีที่องค์กรใช้ AI
ในคำฟ้องระบุว่า ระบบประเมินของ Meta อาจไม่ได้แยกแยะว่าพนักงานบางคนกำลังหยุดงานโดยใช้สิทธิตามกฎหมาย เช่น พนักงานที่ลาคลอด ลาป่วย หรือลาเพื่อดูแลครอบครัว แน่นอนว่าข้อมูลการทำงานในระบบก็ย่อมลดลง เพราะไม่ได้อยู่ในช่วงทำงานตามปกติ ซึ่ง AI อาจมองเพียงตัวเลขที่ลดลง เช่น ผลงานน้อยลง การใช้งานระบบลดลง หรือคะแนนกิจกรรมลดลง แล้วตีความว่าพนักงานคนนั้นมีประสิทธิภาพต่ำ ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายแรงงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาเพื่อคุ้มครองพนักงานจากการเลือกปฏิบัติ หลายฉบับ เช่น
กฎหมาย FMLA ที่คุ้มครองการลาเพื่อเหตุผลด้านสุขภาพและครอบครัว
กฎหมาย ADA ที่คุ้มครองสิทธิผู้พิการ
กฎหมาย PDA และ PWFA ที่คุ้มครองสิทธิของพนักงานตั้งครรภ์และหลังคลอด
แต่ฝั่ง Meta ก็ปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่า AI ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจเลิกจ้างพนักงาน แต่การปรับลดพนักงาน เกิดจากกระบวนการบริหารจัดการบุคลากรการและตัดสินใจโดยมนุษย์ ที่น่าคิดคือ หาก AI เป็นคนให้คะแนน จัดอันดับ และคัดรายชื่อไว้แล้ว มนุษย์ที่เพียงอนุมัติผลลัพธ์ จะยังถือว่าเป็นผู้ตัดสินใจจริงหรือไม่
ข้อกังวลดังกล่าว สอดคล้องกับผลวิจัยของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) ที่พบว่า โมเดล AI ชั้นนำหลายตัว มีแนวโน้มจัดอันดับเรซูเม่แตกต่างกันตามชื่อที่บ่งบอกเชื้อชาติและเพศ แม้เนื้อหาของเรซูเม่จะเหมือนกันก็ตาม โดยชื่อที่สื่อว่าเป็นผู้ชายผิวขาว มักได้รับการจัดอันดับสูงกว่า ขณะที่ชื่อที่สื่อว่าเป็นผู้หญิง หรือผู้สมัครผิวดำมักถูกจัดอันดับต่ำกว่า
นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบอีกว่า เมื่อ AI แนะนำให้เลือกหรือไม่เลือกผู้สมัคร ผู้คัดเลือกที่เป็นมนุษย์ ก็มักตัดสินใจตามคำแนะนำของ AI แม้ว่าคำแนะนำนั้นจะมีอคติก็ตาม ทำให้เห็นเลยว่า แม้จะมีมนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้าย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยแก้ปัญหาอคติของ AI ได้เสมอไป เพราะคนเราก็มีแนวโน้มเชื่อคำแนะนำของระบบโดยไม่รู้ตัว
พนักงานกลุ่มที่ถูกระบบ AI คัดเลือกให้ออกจากงาน ได้รับแจ้งว่าจะสิ้นสุดสถานะการเป็นพนักงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ก.ค.69 นี้ พนักงานที่ยื่นฟ้องจึงขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อระงับการเลิกจ้างดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าคดีจะมีความชัดเจน
คดีนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะอาจกลายเป็นคดีสำคัญที่กำหนดว่า องค์กรสามารถใช้ AI ในการตัดสินใจเรื่องการจ้างงานได้มากน้อยแค่ไหน และต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของ AI อย่างไร
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI Slop ภัยเงียบที่กำลังหล่อหลอมความคิดเด็กยุคใหม่
ปัจจุบัน AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ “วัยเด็ก” ช่วงวัยแห่งการเรียนรู้และเติบโตเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต แต่เดิมที่ใช้เวลาไปกับการวิ่งเล่นและใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ผู้ประกันตนและนายจ้าง อย่าลืมลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ก่อนหมดเขต 20 ก.ค. นี้
