
เศรษฐกิจ - การลงทุน
Thailand Spaceport นโยบายเดิมพันอนาคต? ความท้าทายสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอวกาศระดับภูมิภาค
25 สิงหาคม 2569
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้เสนอแนวทางและเดินหน้าผลักดันการสร้าง "ท่าอวกาศยานไทย" (Thailand Spaceport) ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น "ASEAN Space Gateway" หรือประตูสู่อวกาศของภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มตัว
⚫️ ทิศทางนโยบาย ตัวแปรที่ต้องจับตามอง
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การสนับสนุนและผลักดันนโยบายในภาพรวมที่ชัดเจนจากรัฐบาล หากมีการประกาศใช้อย่างจริงจัง จะทำให้การเดินหน้าของโครงการนี้สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่อง
เช่น การจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่องในระยะยาว การมีหน่วยงานกลางที่มีอำนาจเต็มในการประสานทุกภาคส่วน การเร่งแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้เดินหน้าได้เร็วขึ้น รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
⚫️ 3 เสาหลักที่ต้องเดินไปพร้อมกัน : กฎหมาย เทคโนโลยี เงินลงทุน
ด้านกฎหมาย มีรายละเอียดอีกมากที่ต้องปรับปรุงให้ทันเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการแยกประเภท "จรวดเชิงพาณิชย์" ออกจากขีปนาวุธทางทหาร การนำเข้าเชื้อเพลิงจรวดเพื่อการวิจัย ไปจนถึงการบริหารจัดการน่านฟ้า เพื่อให้เกิดการกำกับดูแลที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
ด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบนำวิถี (Guidance System) เป็นเทคโนโลยีอ่อนไหวด้านความมั่นคงที่ไม่สามารถซื้อหาได้ง่าย ๆ จากต่างประเทศ ซึ่งไทยจึงจำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้ขึ้นเองบางส่วน ผ่านการร่วมมือกับบริษัทไทยและนักวิจัยในมหาวิทยาลัย เพื่อสะสมองค์ความรู้ในประเทศอย่างต่อเนื่อง
ด้านเงินลงทุน การสร้างระบบนิเวศอวกาศ (Space Ecosystem) ที่ครบวงจรต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ซึ่งหากให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแบกรับเพียงลำพังคงเป็นไปไม่ได้ จึงต้องอาศัยรูปแบบ Public-Private Partnership (PPP) ในการดึงดูดเม็ดเงินจากภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนที่สนใจในกลุ่มธุรกิจอวกาศ
โดยกรอบเวลาที่ GISTDA วางไว้คือประมาณ 5 ปี ในการส่งจรวดขึ้นสู่ระดับความสูง 100 กิโลเมตร (sub-orbital) ส่วนการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรจริง จำเป็นต้องยิงให้ถึงระดับ 400 กิโลเมตรขึ้นไป
⚫️ การสร้างระบบนิเวศอวกาศที่ครบวงจร
สิ่งที่น่าสนใจคือ GISTDA ย้ำว่า Spaceport ไม่ควรถูกมองเป็นแค่ "โครงสร้างพื้นฐาน" อย่างเดียว แต่ต้องมองครบ 3 มิติ คือ ฐานยิง ตัวจรวด และผู้ใช้บริการ ซึ่งในปัจจุบันอาจหมายถึงดาวเทียมเป็นหลัก แต่ในระยะยาวอาจขยายไปถึงการขนส่งบุคคลหรือธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศ (Space Tourism)
เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์นี้ให้เป็นรูปธรรม ไทยได้เริ่มวางรากฐานของ Thailand Spaceport Consortium ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการรวมพลังภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนบทเรียนจากองค์กรชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อเชื่อมโยงไทยเข้ากับเครือข่ายอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลก
Thailand Spaceport คือโอกาสทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางเทคโนโลยี และบทบาทของประเทศบนเวทีอวกาศโลก แต่หนทางสู่เป้าหมายนี้ยังต้องอาศัยการพัฒนากฎหมายให้ทันเทคโนโลยี การสร้างขีดความสามารถพึ่งพาตนเอง การดึงเม็ดเงินลงทุนผ่านโมเดล PPP และที่สำคัญที่สุดคือ "แรงสนับสนุนเชิงนโยบาย" ที่ต่อเนื่องและจริงจังจากรัฐบาล เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอวกาศของภูมิภาคอย่างแท้จริง


