AI สอบคณิตศาสตร์ระดับโลกได้คะแนนเต็ม จากเครื่องมือช่วยคิด สู่คู่แข่งของมนุษย์
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

AI สอบคณิตศาสตร์ระดับโลกได้คะแนนเต็ม จากเครื่องมือช่วยคิด สู่คู่แข่งของมนุษย์?

Clock Icon

24 กรกฎาคม 2569

หากพูดถึงการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับโลกอย่าง International Mathematical Olympiad (IMO) หลายคนคงรู้ดีว่านี่คือหนึ่งในสนามสอบแข่งขันที่ยากและท้าทายที่สุดในโลก 

แม้เนื้อหาในข้อสอบจะอยู่ในระดับ ม.ปลาย แต่โจทย์ต้องอาศัยทั้งความคิดสร้างสรรค์ การให้เหตุผลเชิงตรรกะที่ลึกซึ้ง และการแก้ปัญหาที่พลิกแพลงซับซ้อนมาก และที่สำคัญวิธีคิดทั้งหมดต้องถูกต้องจนผู้เชี่ยวชาญยอมรับด้วย ทำให้ในแต่ละปี มีผู้เข้าแข่งขันเพียงไม่กี่คนที่สอบได้คะแนนเต็ม

อย่างการสอบ IMO 2026 ปีนี้ มีนักเรียน 666 คนจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขัน แต่คนที่ได้เต็มมีเพียง 7 คนเท่านั้น

⚫ AI สร้างสถิติใหม่ ด้วยการสอบ IMO ได้คะแนนเต็ม

ทว่า AI จาก Huawei และ Xiaohongshu ก็พึ่งประกาศความสำเร็จใหม่ โดยสามารถทำข้อสอบชุดเดียวกันนี้ได้คะแนนเต็ม โดยคำตอบที่ได้ ล้วนผ่านการตรวจตามเกณฑ์อย่างเป็นทางการของ IMO แล้ว

ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI พัฒนาได้อย่างรวดเร็วมาก เพราะหากย้อนกลับไปในปี 2024 AI จาก Google ยังทำได้เพียงระดับเหรียญเงิน โดยแก้โจทย์ได้ 4 จาก 6 ข้อ ส่วนปี 2025 AI จาก Google และ OpenAI ก็ขยับขึ้นมาคว้าเหรียญทองได้เป็นครั้งแรก แต่ก็ยังไม่สามารถสอบได้คะแนนเต็ม จนมาถึงครั้งนี้ ที่ AI สามารถทำคะแนนได้เต็ม 100% เทียบเท่ากับมนุษย์กลุ่มเล็กๆ ที่เคยทำคะแนนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่สำคัญ AI เหล่านี้ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแก้โจทย์คณิตศาสตร์โดยเฉพาะ แต่เป็น AI ทั่วไป ที่สามารถเรียนรู้วิธีคิดและการให้เหตุผลได้ ทำให้ AI เริ่มทำงานที่ต้องใช้การคิดซับซ้อนและการจัดการกับสัญลักษณ์ได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นทักษะที่เคยถูกมองว่าเป็นจุดแข็งของมนุษย์

⚫ แล้วแบบนี้ ในอนาคต AI จะพัฒนาจนฉลาดกว่ามนุษย์หรือไม่?

เมื่อถูกตั้งคำถามว่า AI จะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน ผู้นำในวงการกลับมีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างมาก

  • Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic เคยคาดการณ์ว่า AI ในอนาคตอาจเก่งกว่ามนุษย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในหลายด้าน ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเขียนโปรแกรม ไปจนถึงวิศวกรรม นอกจากนี้ AI อาจทำงานต่อเนื่องได้หลายวันหรือหลายสัปดาห์ โดยไม่ต้องหยุดพัก และสามารถสร้าง AI หลายล้านตัวให้ทำงานพร้อมกัน ด้วยความเร็วที่เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า

  • Demis Hassabis ผู้ร่วมก่อตั้ง Google DeepMind มองว่า AI ที่จะฉลาดใกล้เคียงมนุษย์ในภาพรวม หรือ AGI อาจยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5–10 ปี กว่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะแม้ AI ในปัจจุบันจะเก่งมากในบางด้าน แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำได้ไม่ดีเท่ามนุษย์

  • Geoffrey Hinton ผู้มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกวงการ Deep Learning เคยคาดว่า AI จะฉลาดเทียบเท่ามนุษย์ในอีก 50 ปี แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาเร็วเกินคาด เขาปรับมุมมองใหม่ว่าอาจเกิดขึ้นภายใน 5–20 ปี พร้อมเตือนว่ามีความเสี่ยง 10–20% ที่ AI อาจหลุดการควบคุมและกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อมนุษยชาติ

ทำให้เห็นเลยว่า แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการ AI โดยตรง ก็ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่า AI จะพัฒนาไปถึงจุดนั้นเมื่อไหร่ แต่ถึงอย่างนั้น ผลกระทบต่อการทำงานและการจ้างงานของมนุษย์ ที่เกิดขึ้นจาก AI ก็เริ่มเห็นชัดแล้ว

งานวิจัยจาก MIT เมื่อเดือน พ.ย. 68 พบว่า AI ในปัจจุบัน สามารถทำงานแทนบางส่วนของงานที่มีอยู่ในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้ราว 11.7% คิดเป็นมูลค่าค่าจ้างกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 42 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะในงานด้านการเงิน สาธารณสุข และบริการวิชาชีพ

ด้านข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา Challenger, Gray & Christmas ระบุว่า ในปี 68 หลายบริษัทในสหรัฐฯ ประกาศเลิกจ้างพนักงานเกือบ 55,000 ตำแหน่ง โดยสาเหตุหลักๆคือบริษัทเหล่านั้นเปลี่ยนมาใช้ AI แทน

ขณะเดียวกัน คนทำงานเองก็เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน โดยรายงานระดับโลก Global Talent Trends ปี 2026 ของบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลกอย่าง Mercer ได้สำรวจคนทำงานกว่า 12,000 คนทั่วโลก ครอบคลุมทั้งผู้บริหาร ผู้นำ HR พนักงาน และนักลงทุน 

ซึ่งผลคือ กลุ่มตัวอย่างกว่า 40% มองว่าความเสี่ยงเรื่อง "การตกงานเพราะ AI มาแทนที่" เป็นหนึ่งในความกังวลที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับอนาคตการทำงาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจาก 28% ในการสำรวจปี 67

⚫ กลุ่มที่น่ากังวลที่สุดอาจไม่ใช่คนทำงานระดับสูง แต่เป็นคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน?

ในปี 68 การจ้างงานตำแหน่งระดับเริ่มต้นในสายเทคโนโลยีลดลงกว่า 30–50% ขณะที่ธนาคารและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ คาดว่าอาจลดตำแหน่งงานรวมกันกว่า 200,000 ตำแหน่ง ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า จากการนำ AI มาใช้มากขึ้น โดยงานที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูง ได้แก่ โปรแกรมเมอร์ระดับจูเนียร์ นักวิเคราะห์การเงินระดับเริ่มต้น ที่ปรึกษามือใหม่ ทนายความจบใหม่ที่ทำงานเอกสารเป็นหลัก และผู้ช่วยทนายความ

ประเด็นนี้น่ากังวล เพราะอย่าลืมว่างานระดับเริ่มต้นคือบันไดที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสะสมประสบการณ์ ก่อนก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น หากงานเหล่านี้ลดลงหรือหายไป ก็น่าฉุกคิดว่าคนรุ่นใหม่จะเริ่มต้นเส้นทางอาชีพและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้อย่างไร

แต่อีกด้าน ก็มีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “AI redundancy washing” หรือการที่บริษัทอ้าง AI เป็นเหตุผลในการเลิกจ้าง ทั้งที่สาเหตุจริงอาจมาจากปัจจัยอื่น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีบริษัทใหญ่หลายแห่งก็ใช้กลยุทธ์นี้ ดังนั้นจึงอาจเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า AI เป็นสาเหตุโดยตรงของการเลิกจ้างทั้งหมด

⚫ สิ่งที่น่ากังวลอาจไม่ใช่ AI แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินกว่าคนจะปรับตัวทัน

AI อาจยังไม่ได้เข้ามาแทนที่คนทั้งอาชีพในทันที แต่กำลังเข้ามารับช่วงงานบางอย่างแทนมนุษย์ โดยเฉพาะงานระดับเริ่มต้น ทำให้ทักษะบางอย่างที่เคยมีค่าลดความสำคัญลง และเมื่อ AI พัฒนาจนเก่งขึ้น คนที่ได้เปรียบจึงอาจไม่ใช่คนที่แข่งกับ AI ได้ แต่คือคนที่รู้ว่า AI ทำอะไรได้ และเลือกพัฒนาทักษะที่ช่วยให้ตัวเองทำงานร่วมกับ AI ได้ดีขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อว_ก_พ_ม_เกษตรฯ_จับมือปั้นบุคลากรด้วย_Data_Science_ขับเคลื่อน_HRD_ก้าวใหม่ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

อว.-ก.พ.-ม.เกษตรฯ จับมือปั้นบุคลากรด้วย Data Science ขับเคลื่อน HRD ก้าวใหม่ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของทุกองค์กร การพัฒนาบุคลากรภาครัฐก็จำเป็นต้องก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยเช่นเดียวกัน โดยล่าสุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดตัว โครงการประยุกต์ใช้วิทยาการข้อมูล (Data Science) เพื่อยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

clock1 ชั่วโมงที่แล้ว
ตัดวงจรมิจฉาชีพออนไลน์_รัฐเดินหน้าปิดเว็บผิดกฎหมายได้รวดเร็วกว่าเดิม

ตัดวงจรมิจฉาชีพออนไลน์! รัฐเดินหน้าปิดเว็บผิดกฎหมายได้รวดเร็วกว่าเดิม

clock10 ชั่วโมงที่แล้ว
ไทยประกาศบทบาทผู้นำการศึกษาอาเซียน_ชูแนวคิด_ASEAN_Zero_Dropout_ดันดิจิทัล_ทักษะสีเขียว_สร้างกำลังคนแห่งอนาคต
ต่างประเทศสังคม

ไทยประกาศบทบาทผู้นำการศึกษาอาเซียน ชูแนวคิด "ASEAN Zero Dropout" ดันดิจิทัล–ทักษะสีเขียว สร้างกำลังคนแห่งอนาคต

clock1 วันที่แล้ว