
ทีมนักศึกษาจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) และ SMART LAB ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พัฒนาระบบชื่อ “SmartLiva” ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพอัลตราซาวด์ ช่วยคัดกรองโรคเกี่ยวกับตับได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
ความน่าสนใจคือ AI สามารถวิเคราะห์ภาพอัลตราซาวด์ พร้อมสรุปผลได้ภายใน 7 วินาที และไฮไลต์จุดที่อาจมีความผิดปกติในตับ เพื่อช่วยให้แพทย์ดูผล และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยมีความแม่นยำสูงสุดถึง 92%
ฝึก AI ด้วยข้อมูลจากโรงพยาบาลชั้นนำ
AI ถูกฝึกจากฐานข้อมูลภาพอัลตราซาวด์มากกว่า 50,000 ภาพ ที่รวบรวมจากหลายโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลขอนแก่น ทำให้ระบบเรียนรู้และจดจำลักษณะความผิดปกติของตับจากข้อมูลผู้ป่วยจริงจำนวนมาก
ทำไมถึงต้องพัฒนา SmartLiva ขึ้นมา ในเมื่อทุกวันนี้ก็ตรวจได้ทั่วไป?
การตรวจโรคตับด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในปัจจุบัน อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 3,000–5,000 บาท ต่อครั้ง ทำให้หลายคนไม่ได้เข้ารับการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ปัญหานี้จึงน่ากังวล เพราะไทยมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก และสาเหตุสำคัญคือผู้ป่วยจำนวนมากตรวจพบโรคช้า ทำให้รักษาได้ยาก ส่งผลให้อัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปีของผู้ป่วยมะเร็งตับในไทยอยู่ที่ 12-17% เท่านั้น
เมื่อค่าตรวจมีราคาแพง ทำให้คนไทยจำนวนมากเข้าไม่ถึงบริการตรวจคัดกรอง และมักต้อง รอให้ป่วยหนักก่อน ถึงจะรู้ตัวว่าป่วย SmartLiva จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดต้นทุนการตรวจลงเหลือแค่ 200-300 บาท ซึ่งอาจช่วยให้คนจำนวนมากเข้าถึงการตรวจโรคตับได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะใน โรงพยาบาลขนาดเล็กหรือพื้นที่ต่างจังหวัด และยังออกแบบระบบให้ใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือมือถือ ทำให้แพทย์สามารถนำไปใช้ร่วมกับเครื่องอัลตราซาวด์ที่มีอยู่แล้วได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องมือราคาแพงเพิ่ม
ในอนาคตทีมนักศึกษาวางแผนพัฒนา SmartLiva ให้เป็น Explainable AI (XAI) ที่สามารถอธิบายขั้นตอนการวินิจฉัยได้ชัดเจนขึ้น พร้อมเพิ่มระบบ “HepaSage” ที่ช่วยสรุปผลออกมาเป็นรายงานให้ทั้งคนไข้ และบุคลากรทางการแพทย์อ่านเข้าใจง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาเป็นอุปกรณ์พกพา เพื่อใช้ในคลินิกหรือพื้นที่ที่มีเครื่องมือจำกัด และต่อยอด AI ไปสู่การตรวจโรคอื่นที่ต้องแข่งกับเวลาอีกด้วย
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมค่ารักษาไทยแพงขึ้นทุกปี? เมื่อ 95% ของเคลมประกัน ไหลไปโรงพยาบาลเอกชน
โดยข้อมูลจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ปี 2568 เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.7% แต่เงินเฟ้อทางการแพทย์สูงถึง 10.8% หรือมากกว่าเกือบ 15 เท่า สะท้อนว่าค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าครองชีพอย่างชัดเจน

ครั้งแรกของการแพทย์ไทย! ใช้ AI คำนวณเลือดที่สูญเสียระหว่างผ่าตัด ลดความเสี่ยงผู้ป่วย
