
กระแส AI แย่งงานคน ถูกพูดถึงมาหลายปี ล่าสุด Block บริษัทแม่ของ Square Cash และ Tidal ออกมาประกาศลดพนักงานกว่า 4,000 คน จากทั้งหมด 10,000 คน
เจาะเหตุผลที่ประกาศปลดพนักงานเกือบครึ่งองค์กร
Block ได้พัฒนา AI Agent แบบโอเพนซอร์สชื่อว่า Goose แล้วเอามาใช้ทั่วบริษัท วิศวกรของบริษัทบอกว่า ตอนนี้โค้ดที่ใช้งานอยู่กว่า 90% ถูกเขียนโดย AI ตัวนี้ และฝ่ายอื่นๆ ก็ใช้ Goose เหมือนกัน เช่น เขียนคำสั่ง SQL จัดการสต๊อกสินค้า หรือปิดงานซัพพอร์ตลูกค้าเองได้เลย โดยไม่ต้องรอคิววิศวกร ซึ่งมีการประเมินว่ามันช่วยให้พนักงานแต่ละคนประหยัดเวลาได้กว่า 8-10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ซีอีโอของ Block ให้เหตุผลว่าตอนนี้ AI จะเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน ที่สามารถทำให้ทีมเล็กลงแต่ยังสร้างผลลัพธ์สูงขึ้น แม้ Block จะยังมีกำไรและรายได้เติบโตอยู่ก็ตาม แถมยังบอกอีกว่า ถ้ารู้อยู่แล้วว่าอนาคตยังไงบริษัทส่วนใหญ่ก็ต้องหันมาใช้ AI สู้ปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่ารอให้ถึงวันที่บริษัทต้องถูกบีบให้ลดต้นทุนแบบจำใจในอนาคต
ที่น่าสนใจคือหลังประกาศปลดพนักงาน หุ้นบริษัทกลับขึ้นแทนที่จะลง สะท้อนว่า นักลงทุนบางส่วนอาจมองว่า การลดคนครั้งนี้อาจทำให้บริษัทบริหารต้นทุนดีขึ้น ทำงานคล่องตัวขึ้น และสุดท้ายอาจทำกำไรได้มากกว่าเดิมในอนาคต ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่หากมีข่าวปลดคน บริษัทมักถูกมองว่ากำลังมีปัญหา
หรือนี่คือสัญญาณว่า AI จะมาแย่งงานคนได้จริง
ก่อนหน้านี้ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งก็ได้ประกาศลดพนักงานอย่างต่อเนื่อง อย่าง Amazon ประกาศลดพนักงานกว่า 16,000 คนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บวกกับกับช่วงปลายปี 68 ที่ผ่านมา ที่ประกาศปลดไปกว่า 14,000 คน รวมแล้วมากกว่า 30,000 คน
ด้าน Microsoft ก็ปลดพนักงานกว่า 15,000 คน ในปี 68 ที่ผ่านมา เพราะต้องการลดค่าใช้จ่ายเพื่อไปพัฒนาระบบ AI ของตัวเอง ข้อมูลจากการประชุมประจำปีของ World Economic Forum ปี 2025 ระบุว่า งานกว่า 92 ล้านตำแหน่งอาจจะหายไปภายในปี 2030 เพราะ AI แต่ก็อย่าพึ่งตกใจ เพราะขณะเดียวกันก็จะมีตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นเพราะ AI กว่า 170 ล้านตำแหน่งด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่า งานที่ทำซ้ำๆ มีขั้นตอนตายตัว หรือใช้ข้อมูลจำนวนมากในการตัดสินใจ มีโอกาสถูก AI เข้ามาแทนที่ก่อน
ขณะเดียวกัน ก็จะมีโอกาสที่งานใหม่จะเกิดขึ้นในสายที่ต้องใช้ทักษะเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ และการวางกลยุทธ์ เพราะงานแบบนี้ยังต้องพึ่งการตัดสินใจและมุมมองของคน ซึ่ง AI ยังทำแทนได้ไม่หมด แต่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบงาน และเปลี่ยนทักษะที่ตลาดต้องการมากกว่า สิ่งสำคัญคือ คนทำงานต้องปรับตัวให้ทัน เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอถึงจะอยู่รอดท่ามกลางเทรนด์ AI ที่เข้ามาในตอนนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาเลเซียขอเลือกสวนทาง ! ระงับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่เกี่ยวกับ AI เหตุกังวลการใช้ทรัพยากร
ตอนนี้จะเห็นว่าหลายประเทศแข่งกันเป็น “ฮับดิจิทัล” โดยเห็นได้จากกระแสข่าวประกาศลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในช่วงที่ผ่านมา แต่มาเลเซียขอคิดแบบสวนทาง หลังนายกรัฐมนตรีประกาศ ระงับการพัฒนาศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้าน AI

มาเลเซียขอเลือกสวนทาง ! ระงับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่เกี่ยวกับ AI เหตุกังวลการใช้ทรัพยากร

