เปิดลิสต์ 6 ประเทศที่สร้าง Data Sovereignty ได้ก้าวหน้า เมื่อ ข้อมูล กลายเป็นอธิปไตยของชาติ
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

เปิดลิสต์ 6 ประเทศที่สร้าง Data Sovereignty ได้ก้าวหน้า เมื่อ "ข้อมูล" กลายเป็นอธิปไตยของชาติ

Clock Icon

21 กรกฎาคม 2569

ในยุค AI "ข้อมูล" กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของประเทศ เพราะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการพัฒนา AI และนวัตกรรมใหม่ ๆ ยิ่งประเทศใดมีข้อมูลคุณภาพสูงมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสสร้าง AI ที่มีศักยภาพ แข่งขันได้ และสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจมากขึ้นเท่านั้น

⚫แต่การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลก็นำมาซึ่งคำถามว่า "ใครคือผู้ควบคุมข้อมูลเหล่านั้น"

เพราะปัจจุบัน ข้อมูลของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนจำนวนมาก ถูกจัดเก็บและประมวลผลผ่านโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ ทำให้หลายประเทศเริ่มกังวลว่า หากข้อมูลสำคัญไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตนเอง ก็อาจส่งผลต่อทั้งความมั่นคงไซเบอร์ ความเป็นส่วนตัวของประชาชน และการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศมากเกินไป

ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศทั่วโลกจึงเริ่มผลักดันแนวคิด Data Sovereignty หรือ "อธิปไตยทางข้อมูล" เพื่อให้ประเทศสามารถกำหนดกติกาในการจัดเก็บ ควบคุม และใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองได้อย่างปลอดภัย พร้อมวางรากฐานสำหรับการพัฒนา AI ในระยะยาว

⚫วันนี้ Tech Movement จะชวนมาเปิดลิสต์ 6 ประเทศที่สร้าง Data Sovereignty ได้ก้าวหน้า

เอสโตเนีย : เริ่มต้นจากการออกแบบระบบข้อมูลทั้งประเทศ

โดยมีระบบ Digital ID ของเอสโตเนียสามารถใช้บริการภาครัฐได้แทบทุกประเภท ขณะที่แพลตฟอร์ม X-Road เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ข้อมูลไม่กระจัดกระจายและสามารถแลกเปลี่ยนกันได้อย่างปลอดภัย สิ่งที่โดดเด่นคือ ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า หน่วยงานใดเข้าถึงข้อมูลของตนเมื่อใด สร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัลของประเทศ

ซึ่งเอสโตเนียแสดงให้เห็นว่า Data Sovereignty ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบข้อมูลที่ดีตั้งแต่ต้น จึงทำให้เอสโตเนียเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบด้านรัฐบาลดิจิทัลของโลก

ฝรั่งเศส : ลงทุน Sovereign Cloud เพื่อลดการพึ่งพาผู้ให้บริการต่างชาติ

ขณะที่หลายประเทศเลือกพัฒนากฎหมาย ฝรั่งเศสกลับให้ความสำคัญกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง โดยรัฐบาลสนับสนุนผู้ให้บริการ Cloud ภายในประเทศอย่าง OVHcloud และ Scaleway พร้อมกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่าง SecNumCloud เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเลือกใช้บริการ Cloud ที่อยู่ภายใต้กฎหมายของฝรั่งเศสและสหภาพยุโรป

แนวทางนี้มีเป้าหมายสำคัญคือ ลดการพึ่งพา Hyperscaler ระดับโลก และเพิ่มความมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของประเทศจะยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายของตนเอง

เกาหลีใต้ : สร้าง Data Sovereignty ควบคู่กับ Sovereign AI

เกาหลีใต้มองว่า การพัฒนา AI ไม่ใช่เพียงเรื่องของโมเดลหรือชิปประมวลผล แต่ต้องเริ่มต้นจากการมีข้อมูลที่ประเทศสามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงกำหนดมาตรฐาน Cloud สำหรับหน่วยงานภาครัฐผ่านระบบ CSAP พร้อมสนับสนุนผู้ให้บริการภายในประเทศอย่าง NAVER Cloud และ KT Cloud ควบคู่กับการผลักดันแนวคิด Sovereign AI เพื่อพัฒนา AI ที่อาศัยข้อมูล ภาษา และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเอง

แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Data Sovereignty และ AI ไม่ใช่สองเรื่องที่แยกจากกัน แต่เป็นโครงสร้างเดียวกันที่ต้องเติบโตไปพร้อมกัน

สิงคโปร์ : เปิดรับผู้เล่นระดับโลก แต่รักษาข้อมูลสำคัญไว้ภายใต้การกำกับของรัฐ

ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่ต่างจากหลายประเทศ สิงคโปร์ไม่ได้เลือกปิดกั้นผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลก แต่เลือกใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นกว่า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศจะถูกจัดเก็บอยู่บน Government Cloud ขณะที่ข้อมูลทั่วไปสามารถใช้ Commercial Cloud ได้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน

แนวทางนี้ช่วยให้สิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านเทคโนโลยีของภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาความมั่นคงของข้อมูลสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อินเดีย : ใช้กฎหมายเป็นรากฐานของอธิปไตยข้อมูล

อินเดียเองเลือกสร้าง Data Sovereignty ผ่านทั้งกฎหมายและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยรัฐบาลประกาศใช้ Digital Personal Data Protection Act ควบคู่กับการสนับสนุนการลงทุน Data Center ภายในประเทศ และเดินหน้า IndiaAI Mission เพื่อพัฒนา AI บนข้อมูลของประเทศ

แนวทางของอินเดียสะท้อนว่า การสร้าง Ecosystem ด้าน AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีกฎหมายที่สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนไปพร้อมกัน

สหภาพยุโรป : สร้างกติกากลางให้ทั้งภูมิภาคแม้สหภาพยุโรปจะไม่ใช่ประเทศเดียว

แต่ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการผลักดัน Data Sovereignty ผ่านกรอบกฎหมายร่วมกัน ทั้ง GDPR , Data Act , Data Governance Act และ European Data Spaces ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือ การทำให้ข้อมูลของประชาชนและองค์กรได้รับการคุ้มครอง ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ข้อมูลสามารถถูกนำไปใช้สร้างนวัตกรรมได้ภายใต้กติกาที่ชัดเจน

นับเป็นการสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่ช่วยลดการพึ่งพาผู้ให้บริการจากนอกภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของยุโรปในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

⚫แม้เลือกคนละทาง แต่ทุกประเทศมีจุดหมายเดียวกัน

ซึ่งทั้ง 6 ประเทศ ไม่ได้ใช้แนวทางเหมือนกันซะทีเดียว บางประเทศลงทุนสร้าง Cloud ภายในประเทศ บางประเทศเริ่มจากการออกกฎหมาย ขณะที่บางประเทศเน้นการสร้างมาตรฐานด้าน Cybersecurity หรือการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกประเทศต่างมองว่า Data Sovereignty ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านความมั่นคงไซเบอร์ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI

เพราะในยุคที่ AI กำลังเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ "ข้อมูล" ได้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่ามหาศาล ประเทศที่สามารถดูแล ควบคุม และนำข้อมูลของตนเองมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมมีโอกาสพัฒนา AI สร้างนวัตกรรม และแข่งขันได้มากกว่า

ดังนั้น Data Sovereignty ก็เปรียบเสมือนการทำให้ประเทศมีสิทธิ์กำหนดกติกาในการจัดเก็บ ใช้ และคุ้มครองข้อมูลของตนเอง เพื่อให้ข้อมูลซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญ ถูกนำไปต่อยอด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีอีงัดไม้ตาย_ประกาศใช้_Fast_track_ปิด_URL_ผิดกฎหมาย_หลังคนไทยเสียหายปีละแสนล้าน

ดีอีงัดไม้ตาย! ประกาศใช้ Fast-track ปิด URL ผิดกฎหมาย หลังคนไทยเสียหายปีละแสนล้าน

ปัจจุบัน ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์กำลังขยายตัวจนกระทบเศรษฐกิจของประเทศ โดยข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ระบุว่า 4 เดือนแรกของปี 69 ไทยมีการแจ้งความคดีออนไลน์กว่า 121,921 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 7.48 พันล้านบาท

clock3 ชั่วโมงที่แล้ว
เลิกจับเสือมือเปล่า_ทุน_Data_Center_แห่เข้าไทย_แต่รัฐต้องรื้อเกณฑ์คุม_หลังพบปัญหาจองสิทธิ์ไฟฟ้า

เลิกจับเสือมือเปล่า! ทุน Data Center แห่เข้าไทย แต่รัฐต้องรื้อเกณฑ์คุม หลังพบปัญหาจองสิทธิ์ไฟฟ้า

clock4 ชั่วโมงที่แล้ว
EU_สั่งปรับ_Alibaba_550_ล้านยูโร_สูงสุดเป็นประวัติการณ์_ปมปล่อยสินค้าผิดกฎหมายวางขายบน_AliExpress
ต่างประเทศสังคม

EU สั่งปรับ Alibaba 550 ล้านยูโร สูงสุดเป็นประวัติการณ์! ปมปล่อยสินค้าผิดกฎหมายวางขายบน AliExpress

clock10 ชั่วโมงที่แล้ว