อินโดนีเซียขอรีสตาร์ท จัดตั้งรัฐวิสาหกิจใหม่บริหารการใช้ Rare Earth
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

อินโดนีเซียขอรีสตาร์ท ! จัดตั้งรัฐวิสาหกิจใหม่บริหารการใช้ Rare Earth

Clock Icon

6 กุมภาพันธ์ 2569

รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศตั้งรัฐวิสาหกิจใหม่ชื่อ Perminas (Perusahaan Mineral Nasional) เพื่อบริหารจัดการแร่ Rare Earth และยุทธศาสตร์ของชาติโดยเฉพาะ

เรียกได้ว่าอินโดนีเซียกำลังยกระดับเกมแร่ยุทธศาสตร์อีกขั้น ที่เลือกสร้างกลุ่มบริหารแบบรวมศูนย์ โดยดึงการกำกับและทิศทางของแร่สำคัญกลับมาอยู่ในมือรัฐมากขึ้น เพราะ Rare Earth ไม่ได้เป็นแร่ทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ 

ทำให้ Perminas ถูกจับตาจากการถูกวางบทบาทให้ไม่ทับซ้อน กลุ่มรัฐวิสาหกิจเหมืองเดิมอย่าง MIND ID นั่นแปลว่าอินโดนีเซียกำลังจัดระเบียบโครงสร้างการบริหารทรัพยากรใหม่ ที่ให้มีหน่วยโฟกัส Rare Earth โดยเฉพาะ เพื่อทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การกำกับต้นน้ำ ไปจนถึงการวางแผนปลายน้ำในอนาคต

การตั้ง Perminas มีประโยชน์อย่างไรต่ออินโดนีเซีย ?

การมีรัฐวิสาหกิจที่เป็นแกนกลาง อาจช่วยให้โครงการเดินได้เป็นระบบมากขึ้น เพราะอุตสาหกรรม Rare Earth ต้องใช้เวลาและเงินลงทุนระยะยาว ตั้งแต่สำรวจ ทำเหมือง ไปจนถึงการแปรรูปแร่ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจประเทศได้มูลค่าเพิ่ม รวมถึงหากในอนาคตมีการดึงพันธมิตรด้านเทคโนโลยีเข้ามา อินโดนีเซียอาจมีอำนาจต่อรองมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่ทั่วโลกต่างแข่งขันกันดุเดือดในตอนนี้

หรือหน่วยงานใหม่จะช่วยสร้างแต้มต่อทางเศรษฐกิจ

ต้องบอกว่าเรื่องนี้จะกลายแต้มต่อได้ก็ต่อเมื่ออินโดนีเซียสามารถข้ามปัญหาคอขวด ของ Rare Earth ได้จริง อย่างขั้นตอนของการสกัดแร่ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง ซึ่งก็เคยมีการตั้งหน่วยงานอุตสาหกรรมแร่เพื่อกำกับการพัฒนา Rare Earth และวัสดุกัมมันตรังสีมาก่อนอยู่แล้ว

แต่ถ้าดูข้อมูลบริษัทที่ทำธุรกิจประเภทนี้ ก็จะเจอว่ามีโรงงานแปรรูป Rare Earth ของ Lynas อยู่แล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน แปลว่าความพร้อมในด้านเทคโนโลยี การลงทุน และเครือข่ายซัพพลายเชนของจีนอาจยังฝังลึกอยู่ หากจะทำเองก็คงยังไม่ง่าย การเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นการควบคุมความเสี่ยงด้านการใช้ทรัพยากรเพื่อทำธุรกิจของหลายๆบริษัทเท่านั้น

มุมมองของไทยด้านการควบคุม Rare Earth

ส่วนของไทยเองหากมองในเชิงระบบ ไทยยังอยู่ในบทบาทของ “ผู้ใช้-ผู้นำเข้า-ผู้แปรรูปบางช่วง” ซึ่งหลายบริษัทที่ทำธุรกิจอยู่ก็ล้วนเป็นของต่างชาติ แปลว่าการเป็นประเทศต้นน้ำที่ทำเหมือง Rare Earth เชิงพาณิชย์อย่างจริงจังอาจยังทำได้ยาก รวมถึงยังมีผลกระทบด้านมลพิษที่หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญคอยกำกับดูในกระบวนการ และกรอบด้านกฎหมายที่ชัดเจน ก็อาจเป็นเราเองที่เสียประโยชน์ มากกว่าได้อะไรกลับมา

ท้ายที่สุดการจัดตั้งหน่วยงานของอินโดนีเซีย จะควบคุมการใช้ทรัพยากร Rare Earth ได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่ากรอบกติกานั้นเข้มงวดมากพอหรือไม่ เพราะถ้ากติกายังไม่ชัดหรือโปร่งใสไม่พอ การจัดตั้งครั้งนี้ก็เป็นเพียงแผนที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริงในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราจะรับมือกับไวรัสฮันตาอย่างไรไม่ให้โดน_Cyber_Panic_กลืนกิน

เราจะรับมือกับไวรัสฮันตาอย่างไรไม่ให้โดน “Cyber Panic” กลืนกิน?

ประเด็นร้อนที่ถูกสังคมพูดถึงทั่วโลกตอนนี้คงหนีไม่พ้น ข่าวการพบ "ไวรัสฮันตา" (Hantavirus) บนเรือสำราญ MV Hondius ที่มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 คน

clock11 ชั่วโมงที่แล้ว
depa_ปักหมุดชลบุรี_ดัน_OTOD_3_บุก_EEC_เร่งยกระดับภาคเกษตรไทย_สู่_Smart_Agriculture

depa ปักหมุดชลบุรี ดัน OTOD #3 บุก EEC เร่งยกระดับภาคเกษตรไทย สู่ Smart Agriculture

clock1 วันที่แล้ว
สายยิงแอดต้องรู้_สรุปมาตรการใหม่_ยืนยันตัวตนก่อนลงโฆษณา_ดักมิจฉาชีพยิงแอดข้ามชาติ

สายยิงแอดต้องรู้! สรุปมาตรการใหม่ “ยืนยันตัวตนก่อนลงโฆษณา” ดักมิจฉาชีพยิงแอดข้ามชาติ

clock1 วันที่แล้ว