
สังคม
เทคโนโลยีเลือกตั้งยุคใหม่ ทางออกของปัญหาเลือกตั้ง หรือจุดเริ่มต้นความเสี่ยงรูปแบบใหม่?
28 มกราคม 2569
เชื่อไหมว่าในการเลือกตั้งในปี 66 มีบัตรเสียที่เป็นบัตรลงคะแนน สส. แบบแบ่งเขต และบัตรลงคะแนนแบบบัญชีรายชื่อรวมกันเกือบ 3 ล้านใบ! สาเหตุมาจากความสับสนของระบบบัตรสองใบและวิธีทำเครื่องหมายที่ซับซ้อน ที่แค่พลาดนิดเดียว ก็อาจทำให้คะแนนเสียงของเรากลายเป็นบัตรเสียทันที ซึ่งนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของปัญหาที่พบจากกระบวนการเลือกตั้งของไทยเท่านั้น
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) วิเคราะห์ว่า การเลือกตั้งปัจจุบันยังมีปัญหาในหลายขั้นตอน ตั้งแต่บัตรเขย่ง ไปจนถึงการนับคะแนนผิดพลาด สุดท้ายก็เกิดการร้องเรียนและต้องมีการตรวจสอบตามมา ส่งผลให้ประชาชนไม่มั่นใจในความโปร่งใสของการเลือกตั้ง จนอาจทำให้ประชาชนไม่อยากออกมาเลือกตั้งได้ ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลก เริ่มหันมาใช้ ระบบ E-Voting เพื่อลดข้อผิดพลาดและทำให้การเลือกตั้งง่ายขึ้น
E-Voting คืออะไร ช่วยแก้ปัญหาได้จริง?
เป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้ประชาชนลงคะแนนและนับคะแนน โดยไม่ต้องใช้บัตรกระดาษแบบเดิม โดยรูปแบบที่พบบ่อยคือการใช้เครื่อง EMV (Electronic Voting Machine) ที่หน่วยเลือกตั้ง แค่กดปุ่มเลือกผู้สมัครเครื่องจะบันทึกคะแนนไว้ในหน่วยความจำภายใน และเมื่อปิดหีบ เจ้าหน้าที่จะเปิดดูผลรวมคะแนนจากเครื่องโดยตรง และ Internet Voting (I-Voting) หรือการลงคะแนนผ่านอินเทอร์เน็ต ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถโหวตจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปคูหา โดยระบบจะรวบรวมและประมวลผลคะแนนผ่านออนไลน์ทั้งหมด
หลายประเทศใช้ระบบนี้เพื่อแก้ปัญหาบัตรเสียและความล่าช้า อย่างอินเดีย หรือบราซิลที่ใช้เครื่อง EVM ทั่วประเทศ ทำให้สามารถประกาศผลเลือกตั้งได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวัน อย่างในการเลือกตั้ง ส.ส.ของบราซิล ก็มีปัญหาจนเกิดเป็นช่องโหว่ให้มีการเข้าไปเปลี่ยนคะแนน
ซึ่งจริงๆ แล้วไทยเราก็มีโครงการพัฒนาเครื่องเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Voting Machine – EVM) มาตั้งแต่ปี 2544 หรือกว่า 20 กว่าปีที่แล้ว โดย กกต. เรียกเครื่องนี้ว่า Thai Voting Machine - TVM ที่ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นศึกษาและทดลองใช้ ซึ่งมีการนำไปลองใช้กับการเลือกตั้งขนาดเล็ก อย่างในหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือการเลือกตั้งภายในพรรคการเมืองบางแห่งเท่านั้น
ซึ่งเครื่องถูกพัฒนามาแล้วถึง 4 รุ่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบว่าสามารถลดบัตรเสีย หรือความผิดพลาดในการนับคะแนนได้ แม้ยังไม่เคยถูกนำมาใช้ในการเลือกตั้งระดับประเทศก็ตาม แต่ก็สะท้อนว่าแนวคิดเรื่อง E-Voting ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับไทย
มีระบบแล้ว แต่ทำไมยังไม่นำมาใช้แบบเต็มรูปแบบ?
ตอนนี้กฎหมายยังบังคับให้การเลือกตั้งของไทยยังใช้การกากบาทบนบัตรเลือกตั้งแบบกระดาษและหย่อนลงหีบเท่านั้น จึงทำให้การเลือกตั้งระดับประเทศยังไม่สามารถใช้ E-Voting ได้ และแน่นอนว่าหากระบบไม่ได้ถูกออกแบบอย่างรอบคอบและรัดกุมพอ ก็เสี่ยงถูกแฮ็กเพื่อแก้ไขคะแนน หรือทำให้ระบบล่มได้ ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นหรือจับสังเกตได้ด้วยตาเปล่า
นอกจากนี้ เทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผลเลือกตั้งและข้อมูลส่วนตัว เป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก หากประชาชนไม่เชื่อมั่น ก็อาจเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของผลเลือกตั้งได้ ซึ่งการทำให้คนเข้าใจและคุ้นกับระบบเลือกตั้งแบบใหม่ต้องใช้เวลา ไม่สามารถเปลี่ยนปุบปับแล้วให้ทุกคนยอมรับได้ทันที จึงต้องเริ่มจากการให้ข้อมูลและค่อยๆ ทดลองใช้งานก่อน อย่างบราซิลที่เริ่มจากการเลือกตั้งเทศบาลในปี 1996 ก่อนขยายใช้ทั่วประเทศในปี 2002 อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ ไทยควรใช้ E-Voting หรือไม่ แต่คือ จะออกแบบระบบอย่างไรให้ปลอดภัย โปร่งใส และประชาชนเชื่อมั่นได้จริง
ที่มา
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สเปนประกาศเตรียมห้ามเด็กใช้โซเชียล พร้อมเอาผิดผู้บริหารหากปล่อยเนื้อหาผิดกฎหมาย
รัฐบาลสเปนประกาศแผนมาตรการเข้มงวดควบคุมโซเชียลมีเดีย โดยจะเสนอร่างกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย


