
ข่าวการโจมตีทางไซเบอร์ของ บริษัทคอลลินส์ แอโรสเปซ (Collins Aerospace) ผู้ให้บริการระบบเช็กอิน และขึ้นเครื่องที่ดำเนินงานในสนามบินหลักหลายแห่งของยุโรป อย่าง ท่าอากาศยานนานาชาติฮีทโธรว์ของสหราชอาณาจักร ท่าอากาศยานนานาชาติบรัสเซลส์ในเบลเยียม ไปจนถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบอร์ลินบรันเดินบวร์คของเยอรมนี
กลายเป็นประเด็นใหญ่ เพราะสนามบินฮีทโธรว์เป็นหนึ่งในสนามบินที่ขึ้นชื่อว่าคนพลุกพล่านมากที่สุดในโลก ซึ่งการโจมตีนี้เกิดขึ้นวันที่ 19 ก.ย. 68 ที่กระทบต่อระบบซอฟต์แวร์ดังกล่าว ทำให้การเช็กอินและขึ้นเครื่องต้องใช้วิธีแมนนวลแทน
สำนักงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งสหภาพยุโรป (ENISA) ก็ได้ออกมาบอกว่า นี่คืออาชญากรรมที่ใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ ซึ่งสามารถระบุชนิดของมัลแวร์นี้ได้แล้วแต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม และล็อคเป้าโจมตีซอฟต์แวร์ระบบเช็กอินที่ชื่อว่า Muse โดยเฉพาะ ซึ่งล่าสุดมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้วและอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
“Third-party risk” ความเสี่ยงที่องค์กรอาจไม่ทันระวัง
การพึ่งพาผู้บริการรายเดียว อาจเป็นความเสี่ยงทางด้านภัยไซเบอร์ของหลายองค์กรแบบเงียบๆ ที่หากมีช่องโหว่เพียงนิดเดียว ก็สร้างความเสียหายใหญ่ได้ในพริบตา เพราะการโจมตีทางไซเบอร์มีรูปแบบใหม่เกิดขึ้นแทบทุกวัน
ซึ่งที่จริงก่อนหน้านี้ทางฝั่งยุโรปเอง ก็มีการประกาศใช้ คำสั่ง NIS2 ที่ปรับปรุงมาจาก NIS (Network and Information Systems Directive) อยู่แล้ว เพื่อยกระดับรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วทั้งสหภาพยุโรป โดยมีเงื่อนไขที่ภาคธุรกิจต้องปฏิบัติตาม และหนึ่งในนั้นก็มี ภาคธุรกิจการบิน อยู่แล้ว
ยิ่งชัดว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากสายการบิน เพราะต้องปฏิบัติตามคำสั่งนี้อยู่แล้ว ตอกย้ำถึงความสำคัญของ ระบบซีเคียวริตี้ ที่องค์กรไม่อาจละเลยได้ โดยข้อกำหนด หรือแบบแผนที่องค์กรอาจต้องกลับมาทบทวน และดูแลในด้านซีเคียวริตี้ให้เข้มข้นขึ้น อาทิ
1.Single Point of Failure (SPOF) เป็นสิ่งที่ต้องมีและกำหนดให้ชัดเจนมากที่สุดเพื่อลดเหตุที่จะเพิ่มช่องโหว่ ที่อาจถูกโจมตีง่ายๆได้มากขึ้น
2.ต้องมี Backup และแผน Business Continuity ที่ใช้ร่วมกับ Disaster Recovery เพื่อให้ธุรกิจยังสามารถดำเนินต่อไปได้ราบรื่นแม้จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก็ตาม
3.การปรับปรุงกระบวนการ Patch Management ขององค์กร พร้อมเสริมด้วยการทำ Log Monitoring และใช้ SIEM Rule เพื่อตรวจจับการยกระดับสิทธิ์หรือการเข้าถึงผิดปกติที่จะช่วยเพิ่มการป้องกันระบบภายในให้รัดกุมมากขึ้น
สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้ดี เพราะหากเราอุดจุดอ่อน จากการวางมาตรฐาน ควบคุมการเข้าถึง และทดสอบระบบเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ วิกฤติภายในจะเกิดขึ้นน้อยลง หรือเกิดขึ้นได้ยากในอนาคตนั่นเอง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Magic Layers ใน Canva คืออะไร? วิธีใช้ AI แปลงภาพให้แก้ไขได้ (อัปเดตล่าสุด 2026)
เดี๋ยวนี้การทำคอนเทนต์ หลายคนน่าจะใช้ AI ในการ Generate ภาพกันเป็นเรื่องปกติ เพราะมันทั้งเร็วและสะดวก แต่ปัญหาคือภาพที่ได้มักจะ “เกือบดีแล้ว”

Magic Layers ใน Canva คืออะไร? วิธีใช้ AI แปลงภาพให้แก้ไขได้ (อัปเดตล่าสุด 2026)

INET ตอกเข็มฤกษ์ “Sovereign Data Center” แห่งแรกของภาคอีสาน หนุนขอนแก่นเป็น Digital Hub ภูมิภาค
