2025 วงการไอทียักษ์ใหญ่หมดบุญ รวมเหตุล่มป่วนโลก
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

2025 วงการไอทียักษ์ใหญ่หมดบุญ รวมเหตุล่มป่วนโลก

Clock Icon

24 พฤศจิกายน 2568

ถ้าวันนี้ทุกคนต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบไร้โลกออนไลน์จะเป็นยังไง ?

ใกล้จบปี 2025 แล้วมีเรื่องราวสุดช็อคเกิดขึ้นมากมายในทุกวงการ และวงการที่เรียกได้ว่าน่าจะเจอเรื่องสะเทือนใหญ่ที่สุดคือวงการไอที เพราะตั้งแต่ต้นปีก็มีเรื่องชวนปวดหัวมากมาย ที่ระบบล่มไปตั้งแต่เล็ก จนใหญ่กระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก

เหตุใหญ่เขย่าขวัญวงการไอทีทั่วโลก

ที่จริงมันเริ่มมีสัญญาณมาตั้งแต่ปี 2024 ถ้าใครยังจำกันได้กับปรากฏการณ์ “จอฟ้าทั่วโลก” หรือเหตุ CrowdStrike ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ 

โดยเหตุเกิดจากการอัปเดตระบบตามปกติ แต่ดันเกิดข้อผิดพลาดระหว่างดำเนินการ ทำให้อุปกรณ์ Windows ประมาณ 8.5 ล้านเครื่องจอฟ้ากันถ้วนหน้า และยังส่งผลกระทบกับสายการบิน โรงพยาบาล และตลาดการเงินต้องหยุดชะงัก ที่สร้างความเสียหายครั้งใหญ่โดยถูกประเมินว่ามีมูลค่าความเสียหายอย่างน้อย 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากนั้นก็มีเหตุการที่เกี่ยวข้องกับด้านระบบเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็ต้องรับศึกใหม่ด้วยเหตุ Data Center ของบิ๊กเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon (AWS) เกิดวูบยาวนานถึง 15 ชั่วโมง ครั้งนี้ปั่นป่วนหนักไม่ต่างกันเพราะกระทบหลายส่วนซึ่งก็มีทั้งบริษัทและบริการระดับโลก

โดยตามรายงานจากเว็บไซต์ Downdetector.com ที่ติดตามเหตุขัดข้องระบบออนไลน์พบว่า มีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันยอดนิยมหลายเจ้า อย่าง Snapchat, Amazon, Alexa, Snapchat, Fortnite, ChatGPT, Epic Games Store, Epic Online Services, Canva, และแอปของ McDonald’s ที่น็อคไปตาม ๆ กัน

และล่าสุดที่พึ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ Cloudflare ผู้ให้บริการระบบความปลอดภัยเว็บรายใหญ่ก็งานเข้าเต็ม ๆ

ส่งผลให้เว็บไซต์และบริการจำนวนมาก "ล่ม" ไปเป็นแถบ ทั้งแพลตฟอร์มรายใหญ่อย่าง ChatGPT, ระบบขนส่งในนิวเจอร์ซีย์ หรือแม้แต่แพลตฟอร์ม X ก็ไม่รอด ซึ่งก็ออกมาบอกว่าสาเหตุหลักมาจากการหยุดทำงานของ Cloudflare Global Network เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในระบบฐานข้อมูลและการเผยแพร่ไฟล์ “feature file” ที่ผิดปกติ ทำให้เหตุนี้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว

ฟังมาทั้งหมดนี้ มีใครสงสัยไหมว่า แค่บริษัทเดียวเกิดปัญหา แต่ลากให้ธุรกิจทั้งโลกชะงักตามไปได้ยังไง?

คำตอบของเรื่องนี้ไม่มีสมการอะไรที่ยุ่งยาก นั่นเพราะทุกธุรกิจอยู่บนโครงสร้างของผู้ให้บริการเดียวกัน พอเกิดเหตุล่มกลายเป็นว่ากระทบพร้อมกันเป็นโดมิโน ซึ่งเข้าใจดีว่าการพึ่งพาบริการเหล่านี้ก็ด้วยเหตุผลที่มันง่าย และสะดวกกว่าการสร้างขึ้นมาเอง ทั้งต้นทุนสร้าง การวางระบบ หรือแม้แต่การดูแลระบบตลอดเวลา

แปลว่าวันนี้ทางเลือกของผู้ใช้แบบเราคงมีไม่มาก จะสร้างเองตอนนี้ก็ดูจะลำบากไปหน่อย

ฉะนั้นสิ่งที่ทำได้คือการให้ความสำคัญกับ “การสำรองข้อมูล” อย่างการลงทุนกับระบบสำรอง (Back-up service) ข้าม Region หรือการสร้างระบบสำรองภายในองค์กร (In-house) สำหรับบริการที่สำคัญ มองผิวเผินอาจดูใช้เงินมหาศาล แต่เชื่อว่าในวันที่เกิดวิกฤตแบบเหตุเหล่านี้ ระบบที่เราคิดว่ามันแสนแพง จะช่วยปกป้องธุรกิจได้เราได้แบบไม่น่าเชื่ออย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Alibaba_เตรียมทุ่มงบ_3_000_ล้านหยวน_ดัน_AI_แข่งหนักกับ_Tencent_Baidu_ในช่วงตรุษจีน
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Alibaba เตรียมทุ่มงบ 3,000 ล้านหยวน ดัน AI แข่งหนักกับ Tencent-Baidu ในช่วงตรุษจีน

Alibaba ประกาศว่าจะใช้เงินกว่า 3,000 ล้านหยวน (ราว 431 ล้านดอลลาร์) เพื่อโปรโมทแอปฯ ปัญญาประดิษฐ์ Qwen AI ในช่วงเทศกาลตรุษจีน

clock1 วันที่แล้ว
เก่าไป_ใหม่มา_New_Player_อีคอมเมิร์ซไทย_ยังไปต่อ_ฮึดสู้แพลตฟอร์มต่างชาติ

เก่าไป ใหม่มา “New Player อีคอมเมิร์ซไทย” ยังไปต่อ ฮึดสู้แพลตฟอร์มต่างชาติ

clock2 วันที่แล้ว
สงครามอธิปไตยดิจิทัลกำลังเริ่ม_ฝรั่งเศสประกาศเลิกใช้_Teams_Zoom_ในปี_2027
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สงครามอธิปไตยดิจิทัลกำลังเริ่ม? ฝรั่งเศสประกาศเลิกใช้ Teams - Zoom ในปี 2027

clock4 วันที่แล้ว