บทเรียนราคาแพงของ Tesla ที่ต้องจ่ายกว่า 7 พันล้าน เพราะคำว่า Autopilot
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

บทเรียนราคาแพงของ Tesla ที่ต้องจ่ายกว่า 7 พันล้าน เพราะคำว่า Autopilot

Clock Icon

25 กุมภาพันธ์ 2569

ถ้าพูดถึงยี่ห้อรถยนต์ที่ขับได้เอง ยี่ห้อแรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น Tesla จนทำให้คำว่า “Autopilot” กลายเป็นคำติดหูคนทั่วโลก 

ฟังก์ชัน “Autopilot” ของ Tesla กลายเป็นประเด็นร้อนในตอนนี้

เรื่องมันเกิดตั้งแต่ปี 2019 ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เมื่อรถ Tesla Model S ที่เปิดใช้ ระบบ Autopilot พุ่งชนรถอีกคัน จนเกิดเหตุสลดขึ้น คนขับให้การว่าได้ก้มหามือถือที่ตกอยู่ และคิดว่าระบบจะช่วยเบรก แต่มันกลับเร่งความเร็วแทน  แม้ความจริงแล้วมันเป็นเพียงระบบช่วยขับแบบกึ่งอัตโนมัติ ที่ยังต้องมีคนจับพวงมาลัยและพร้อมควบคุมตลอดเวลา แต่เพราะใช้คำว่า Autopilot ก็ชวนให้คนเข้าใจว่ามันขับได้เอง 

พอเกิดอุบัติเหตุขึ้น เรื่องเลยไม่ใช่แค่ใครชนใคร แต่คนเริ่มตั้งคำถามว่า ผู้ขับเข้าใจความสามารถของระบบถูกต้องหรือไม่ ทำให้ Tesla ต้องมีส่วนรับผิดชอบคดีนี้ 33% และต้องจ่ายค่าเสียหายกว่า 7,500 ล้านบาท ซึ่ง Tesla พยายามยื่นขอให้ศาลยกเลิกหรือพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่า อุบัติเหตุดังกล่าว เกิดจากความประมาท บริษัทรถยนต์ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากความประมาทของคนขับเอง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับข้อบกพร่องของระบบ Autopilot โดยตรง

ที่ผ่านมา Tesla ถูกฟ้องร้องหลายคดีเกี่ยวกับระบบขับขี่อัตโนมัติของรถ แต่ส่วนใหญ่จบลงด้วยการไกล่เกลี่ยหรือถูกยกฟ้อง ทำให้ไม่ต้องสู้คดีกันในศาลจนถึงขั้นพิจารณาคดี แต่ล่าสุด ผู้พิพากษาปฏิเสธคำร้องดังกล่าว ทำให้คำตัดสินเดิมยังคงมีผล และบริษัทยังต้องรับภาระค่าเสียหายตามนั้น แม้คาดว่า Tesla จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าวก็ตาม ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้ผลิตเทคโนโลยีเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบการช่วยขับ ว่าต้องสื่อสารด้านข้อมูลกับผู้ใช้ให้ชัดเจน เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้น บริษัทอาจหลีกเลี่ยงความรับผิดได้ยากในฐานะผู้ผลิต 

นอกจากนี้ เรื่องชื่อ Autopilot ก็ถูกหน่วยงานรัฐในรัฐแคลิฟอร์เนียหยิบขึ้นมาตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยกรมยานยนต์ของรัฐ (DMV) มองว่า การใช้ชื่อดังกล่าว อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด คิดว่ารถขับเองได้ Tesla จึงตัดสินใจเลิกใช้คำว่า “Autopilot” ในสื่อโฆษณาและการตลาดในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะถูกสั่งระงับใบอนุญาตขายรถในรัฐนาน 30 วัน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง ก็อาจกระทบต่อธุรกิจอย่างหนัก

ทำให้คดีนี้กลายเป็นตัวอย่างว่า การสื่อสารทำให้ผู้ใช้เข้าใจเกินจริง บริษัทก็อาจต้องร่วมรับผิดเมื่อเกิดความเสียหาย เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถที่มีระบบช่วยขับว่า นอกจากต้องพัฒนาระบบให้ปลอดภัยแล้ว ใช้คำโฆษณาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับขีดความสามารถของเทคโนโลยี


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราจะรับมือกับไวรัสฮันตาอย่างไรไม่ให้โดน_Cyber_Panic_กลืนกิน

เราจะรับมือกับไวรัสฮันตาอย่างไรไม่ให้โดน “Cyber Panic” กลืนกิน?

ประเด็นร้อนที่ถูกสังคมพูดถึงทั่วโลกตอนนี้คงหนีไม่พ้น ข่าวการพบ "ไวรัสฮันตา" (Hantavirus) บนเรือสำราญ MV Hondius ที่มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 คน

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
depa_ปักหมุดชลบุรี_ดัน_OTOD_3_บุก_EEC_เร่งยกระดับภาคเกษตรไทย_สู่_Smart_Agriculture

depa ปักหมุดชลบุรี ดัน OTOD #3 บุก EEC เร่งยกระดับภาคเกษตรไทย สู่ Smart Agriculture

clock1 วันที่แล้ว
สายยิงแอดต้องรู้_สรุปมาตรการใหม่_ยืนยันตัวตนก่อนลงโฆษณา_ดักมิจฉาชีพยิงแอดข้ามชาติ

สายยิงแอดต้องรู้! สรุปมาตรการใหม่ “ยืนยันตัวตนก่อนลงโฆษณา” ดักมิจฉาชีพยิงแอดข้ามชาติ

clock1 วันที่แล้ว