
ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่ เมื่อจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลง ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ในปี 68 ประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ 416,574 คน ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 559,684 คน หรือมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าการเกิดถึง 143,110 คน สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่
ทำไมคนไทยยุคนี้ถึงมีลูกน้อยลง? เมื่อการสร้างความสัมพันธ์กลายเป็นเรื่องยาก
เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่ ใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงาน และสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต การอยู่คนเดียวจึงอาจตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบันการสร้างความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องง่ายหรือเป็นสิ่งจำเป็น
แต่การไม่มีคู่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้คนหมดความต้องการความรักหรือความใกล้ชิด เพราะผลสำรวจ Match Group Asia Human Connection Survey ที่จัดทำโดย Ipsos พบว่า คนโสดไทยกว่า 85% เคยรู้สึกเหงา และ 72% ต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย
แต่การจะสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาสักครั้งนั้น อาจต้องอาศัยทั้งเวลา โอกาส และความพร้อมมากกว่าที่เคย ขณะเดียวกัน วัฒนธรรมการทำงานและวิถีชีวิตที่ต่างคนต่างมีภาระของตัวเองก็อาจลดโอกาสในการพบปะผู้คนใหม่ ๆ
เทคโนโลยีอย่าง แอปฯ หาคู่กลายจึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คนพบกันได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่เดียวกันหรือมีคนรู้จักร่วมกันเหมือนในอดีต จากผลสำรวจเดียวกันพบว่า คนโสดไทย 46% เคยใช้แอปฯ หาคู่ในช่วงปีที่ผ่านมา และ 67% ระบุว่าแอปฯ ช่วยให้รู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นมากขึ้นและโดดเดี่ยวน้อยลง
เมื่อ Algorithm เปลี่ยนความรักให้กลายเป็น “ตลาด”
แอปฯ หาคู่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ให้คนมาทำความรู้จักกัน แต่ยังใช้ Algorithm วิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมของผู้ใช้ เพื่อจัดลำดับและแนะนำโปรไฟล์ที่น่าจะตรงกับความสนใจ แม้ระบบจะช่วยให้เราพบคนใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ก็มีส่วนกำหนดด้วยว่าเราจะได้เห็นโปรไฟล์ของใคร และใครจะมีโอกาสปรากฏต่อสายตาเรามากกว่าคนอื่น
บทความจาก TIME เรื่อง When Love and the Algorithm Don’t Mix โดย Apryl Williams ชวนให้ตั้งคำถามถึงความเป็นกลางของระบบเหล่านี้ เพราะ Algorithm อาจสะท้อนหรือขยายอคติที่มีอยู่ในสังคม ทั้งเรื่องรูปลักษณ์ เชื้อชาติ และมาตรฐานความน่าดึงดูด จนคนบางกลุ่มมีโอกาสได้รับความสนใจมากกว่าคนกลุ่มอื่น
ขณะเดียวกัน รูปแบบการใช้งานอย่างการปัดซ้ายหรือขวาก็อาจเปลี่ยนวิธีที่เรามองคนตรงหน้า จากการทำความรู้จักผ่านการพูดคุยและใช้เวลาร่วมกัน กลายเป็นการตัดสินใจเบื้องต้นจากภาพถ่ายและข้อมูลเพียงไม่กี่อย่าง ยิ่งมีตัวเลือกมาก เราก็อาจยิ่งเปรียบเทียบคนที่พบกับคนอื่นที่ยังไม่เคยรู้จัก และสงสัยอยู่เสมอว่าจะมีคนที่ดีกว่านี้หรือไม่
ส่งผลให้ความรักถูกมองว่าคล้ายกับตลาด (Market) ที่ทุกคนต้องแข่งขันเพื่อให้ได้รับเลือก ขณะที่ผู้ใช้ก็พยายามค้นหาคนที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับ mate value หรือคุณค่าที่แต่ละคนรับรู้เกี่ยวกับตนเองและคู่รัก ที่อาจให้ความสำคัญกับการพิจารณาจากรูปลักษณ์ สถานะทางสังคม หรือคุณสมบัติอื่น ๆ
คนที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเราจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนคนนั้นได้เสมอไป
ในรายการ The Happiness Lab ตอน Why Algorithms Can’t Predict Your Love Life with Dr. Paul Eastwick มีประเด็นที่ชวนให้พิจารณาว่า ความชอบที่เราระบุไว้ สามารถทำนายความรู้สึกเมื่อได้พบใครสักคนจริง ๆ ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะคนที่ตรงกับภาพในอุดมคติ อาจไม่ใช่คนที่เรารู้สึกเข้ากันได้ดีที่สุด ขณะที่บางคนเราอาจจะมองข้ามไปตั้งแต่แรก ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกที่คาดไม่ถึงเมื่อได้ทำความรู้จักกัน
ความสัมพันธ์จึงไม่ได้เกิดจากการจับคู่คนที่มีความชอบตรงกันเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยเวลา การสื่อสาร และการเรียนรู้ที่จะยอมรับความแตกต่างของกันและกัน เมื่อ Algorithm ทำให้เราคุ้นชินกับการเลือกและเปรียบเทียบคนผ่านหน้าจอเพียงปลายนิ้ว จึงเกิดคำถามว่า เทคโนโลยีกำลังช่วยให้เราพบคนที่ใช่ หรือกำลังทำให้เรามองข้ามโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงไปกันแน่
ทางออกไม่ใช่แค่ทำให้คนจับคู่กันเก่งขึ้น แต่ต้องสร้างสังคมที่เอื้อต่อความสัมพันธ์
แม้ Algorithm จะเข้ามามีส่วนในการกำหนดวิธีที่ผู้คนประเมินความรัก แต่การตัดสินว่าคนรุ่นใหม่มีคู่ หรือมีลูกน้อยลงเพราะเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะการตัดสินใจสร้างครอบครัวยังเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ ภาระการทำงาน ความมั่นคงในชีวิต และความพร้อมในการดูแลสมาชิกครอบครัวในระยะยาวด้วย
การแก้ไขสังคมสูงวัยจึงไม่ใช่การหาวิธีว่าจะทำยังไงให้คนโสดมีคู่ หรือให้คนรุ่นใหม่มีลูกมากขึ้นเท่านั้น แต่ควรเริ่มจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้คนมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องแลกกับความมั่นคงหรืออิสรภาพในชีวิตของตัวเอง
อย่างการมีพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงได้ เช่น สวนสาธารณะ ห้องสมุด พื้นที่กิจกรรม และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนซึ่งมีความสนใจร่วมกันได้พบปะ อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์นอกเหนือจากโลกออนไลน์
หรือในระดับนโยบาย การส่งเสริมที่อยู่อาศัยที่เข้าถึงได้ การจ้างงานที่มีความมั่นคง การมีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอ และบริการดูแลเด็กที่มีคุณภาพ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเงื่อนไขที่ช่วยให้ผู้คนวางแผนชีวิตระยะยาวได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเลือกอยู่คนเดียว มีคู่ หรือมีลูกก็ตาม เป้าหมายไม่ใช่การบังคับให้ทุกคนเดินไปสู่รูปแบบครอบครัวเดียวกัน แต่เป็นการลดข้อจำกัดที่ทำให้ผู้คนไม่สามารถใช้ชีวิตตามที่ต้องการได้
ท้ายที่สุด Algorithm อาจช่วยให้คนสองคนได้พบกัน แต่ความสัมพันธ์จะไปต่อได้หรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับการสื่อสาร การปรับตัว และโอกาสที่จะใช้เวลาร่วมกัน เพราะการพบคนที่ใช่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การสร้างความสัมพันธ์ให้ยั่งยืนต้องอาศัยสิ่งที่เทคโนโลยีไม่อาจทำแทนได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกิดอะไรขึ้นเมื่อ Binance โดนแฮก 2 แสนล้าน อนาคตการเงินดิจิทัลยังปลอดภัยไหม?
กรณี Binance แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของโลก ถูกโจมตีทางไซเบอร์จนเกิดความเสียหายราว 6.3–6.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.2 แสนล้านบาท ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สะเทือนอุตสาหกรรมคริปโต

เกิดอะไรขึ้นเมื่อ Binance โดนแฮก 2 แสนล้าน อนาคตการเงินดิจิทัลยังปลอดภัยไหม?

เหลือจะเชื่อ! เมื่อ AI พลิกวิธีสืบสวน ช่วยตามรอยงานศิลปะที่ถูกขโมยไปนานกว่า 20 ปี
