รู้จัก Dead Internet Theory สิ่งที่เห็นบนอินเทอร์เน็ต อาจไม่ได้สร้างจากมนุษย์
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

รู้จัก Dead Internet Theory สิ่งที่เห็นบนอินเทอร์เน็ต อาจไม่ได้สร้างจากมนุษย์

“Dead Internet Theory” หรือทฤษฎีอินเทอร์เน็ตได้ตายไปแล้ว เป็นแนวคิดที่เชื่อว่าอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ในปัจจุบันเต็มไปด้วยบัญชีบอต (Bot Account) และระบบอัตโนมัติที่สร้างเนื้อหา โพสต์ข้อความ รวมถึงโต้ตอบกันเอง จนมนุษย์อาจกลายเป็นแค่ผู้รับสื่อที่ระบบเหล่านี้ผลิตขึ้นมาเท่านั้น

แนวคิดนี้เริ่มถูกพูดถึงในช่วงปี 2021 จากการตั้งข้อสังเกตของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตว่า เนื้อหาบนโลกออนไลน์เริ่มมีลักษณะซ้ำซาก หรือบัญชีผู้ใช้งานจำนวนมากไม่ได้มีตัวตน.

เมื่อสิ่งที่เคยเป็นทฤษฎีเริ่มปรากฏให้เห็นบนหน้าฟีด

แต่เหตุผลที่ทำให้ทฤษฎีนี้ยังคงถูกพูดถึงจนถึงทุกวันนี้ คือพฤติกรรมบางอย่างที่เริ่มพบเห็นได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่มีรูปแบบซ้ำกัน บัญชีที่สร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มยอด หรือคอมเมนต์ที่ดูเหมือนมนุษย์แต่กลับไม่มีความเชื่อมโยงกับเนื้อหา

เพราะหากลองสังเกตโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน อาจพบโพสต์ที่ดูเหมือนจะปกติ อย่างภาพสัตว์น่ารักหรือวิดีโอตลก แต่กลับมีแคปชั่นเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาพเลย และเมื่อไถฟีดต่อ ก็อาจพบโพสต์แนวๆเดียวกันจากหลายบัญชี ทั้งภาพและข้อความที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงโปรไฟล์ที่แทบไม่มีข้อมูลส่วนตัวให้ตรวจสอบ

โดยในปี 2025 Meta เคยยกตัวอย่างบัญชีสแปมบน Facebook ที่นำภาพสุนัขมาโพสต์พร้อมแคปชั่นเกี่ยวกับเครื่องบิน ทั้งที่เนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกันเลย โดยบัญชีลักษณะนี้มักทำขึ้นเพื่อเรียกยอดเข้าถึง (Reach) และสร้างรายได้จากแพลตฟอร์ม ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่บัญชี เพราะ Meta เปิดเผยว่าในปี 2024 บริษัทได้ลบเพจปลอมที่ใช้ระบบอัตโนมัติเพิ่มยอดผู้ติดตามไปแล้วกว่า 100 ล้านเพจ

ในปัจจุบันยังมีรายงานจาก Bad Bot Report 2026 ของ Imperva บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ พบว่าในปี 2025 การเข้าชมเว็บไซต์จากระบบอัตโนมัติมีมากกว่า 53% ของ Web Traffic ซึ่งก็หมายความว่า กิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตกว่าครึ่งอาจไม่ได้เกิดจากคนจริง ๆ แต่มาจากบอต ทฤษฎี Dead Internet จึงดูมีโอกาสเป็นจริงมากขึ้น

เมื่อเราไม่อาจแน่ใจได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังหน้าจอ

ที่น่ากังวลคือ เราอาจแยกไม่ออกแล้วว่าโพสต์ที่เห็นเป็นผลงานของคนจริงๆ หรือบอตที่สร้างขึ้นเพื่อหวังผลบางอย่างกันแน่ เพราะเมื่อ AI สามารถสร้างภาพ เขียนข้อความ และเลียนแบบพฤติกรรมการสื่อสารได้อย่างแนบเนียน การสร้างตัวตนปลอมบนโลกออนไลน์ก็ง่ายกว่าเดิม

ซึ่งในอนาคต ก็อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลและความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ได้ เช่น การสร้างกระแสเพื่อสนับสนุนสินค้าบางประเภท การเพิ่มยอดเอนเกจให้ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือทำให้สังคมโซเชียลเข้าใจว่าความคิดเห็นบางอย่างได้รับการยอมรับจากคนจำนวนมาก

ดังนั้น ในฐานะผู้ใช้งาน เราอาจต้องกลับมาให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสิ่งที่เห็นบนโลกออนไลน์ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตประวัติของบัญชีผู้โพสต์ ความสอดคล้องระหว่างภาพกับข้อความ รูปแบบการแสดงความคิดเห็น หรือแหล่งที่มาของข้อมูล แทนที่จะเชื่อทันทีเพียงเพราะโพสต์นั้นมียอดไลก์หรือยอดแชร์จำนวนมาก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เหลือจะเชื่อ_เมื่อ_AI_พลิกวิธีสืบสวน_ช่วยตามรอยงานศิลปะที่ถูกขโมยไปนานกว่า_20_ปี
ต่างประเทศสังคม

เหลือจะเชื่อ! เมื่อ AI พลิกวิธีสืบสวน ช่วยตามรอยงานศิลปะที่ถูกขโมยไปนานกว่า 20 ปี

เมื่อผลงานศิลปะที่ถูกขโมยไปนานหลายสิบปี การตามหาและทวงคืนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าภาพถูกดัดแปลงเพื่อปกปิดที่มาของภาพ ก็ยิ่งยากต่อการตรวจสอบยิ่งยากเข้าไปอีก แต่ใครจะไปคิดว่า AI จะสืบคดีนี้ได้

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว
หากบริษัท_AI_ล้มละลาย_ข้อมูลผู้ใช้จะไปอยู่ไหน
ต่างประเทศสังคม

หากบริษัท AI ล้มละลาย ข้อมูลผู้ใช้จะไปอยู่ไหน?

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐดึง_Smart_CESS_GPS_คุมเส้นทางยางพารา_สกัดยางนอกระบบรักษาราคาเกษตรกรไทย

รัฐดึง Smart CESS-GPS คุมเส้นทางยางพารา สกัดยางนอกระบบรักษาราคาเกษตรกรไทย

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว