
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนโครงการ “One Map” เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ โดยบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานเข้าสู่ระบบแผนที่กลางเดียว รองรับการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์แบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งปัญหาไฟป่า ฝุ่น PM2.5 และน้ำท่วม
โครงการดังกล่าวพัฒนาบนเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) ผสานข้อมูลจากดาวเทียมและ Big Data โดยรวบรวมข้อมูลจากมากกว่า 30 หน่วยงาน พร้อมเพิ่มความถี่ในการอัปเดตข้อมูลจากเดิมวันละครั้งเป็นทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ข้อมูลที่นำมาใช้ครอบคลุมทั้งจุดความร้อน (Hotspot) สภาพอากาศ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อมูลด้านสุขภาพ และข้อมูลเชิงพื้นที่อื่นๆ
ในการดำเนินงานมีหน่วยงานสำคัญร่วมสนับสนุน ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา ที่ให้ข้อมูลด้านสภาพอากาศและดาวเทียม สำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่จัดเก็บข้อมูลภาคสนาม และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Institute หรือ BDI) ทำหน้าที่วิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
โดยการพัฒนา “One Map” จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน วางแผนรับมือภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถจัดทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) ในระดับประเทศ รองรับการบริหารจัดการในระยะยาว และช่วยลดผลกระทบต่อประชาชน
ที่มา : กรมประชาสัมพันธ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำความรู้จัก “อสม.ไซเบอร์” Active Citizen ชั้นดี ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้!
ในยุคที่ภัยออนไลน์เข้าถึงคนได้ทุกที่ การสร้าง “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล”

