Big Tech เร่งพัฒนาอุปกรณ์ AI ฟังทุกบทสนทนา แต่ผู้ใช้เสี่ยงผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

Big Tech เร่งพัฒนาอุปกรณ์ AI ฟังทุกบทสนทนา แต่ผู้ใช้เสี่ยงผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว

ปัจจุบัน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างกำลังพัฒนาอุปกรณ์ AI ที่ฟัง วิเคราะห์ และสรุปบทสนทนาได้ ตั้งแต่แว่นอัจฉริยะของ Meta อุปกรณ์สวมข้อมือ Bee ของ Amazon ไปจนถึงฟังก์ชัน AI บนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยถอดเสียง สรุปข้อมูล จดบันทึกการประชุม เตือนความจำ และจัดการกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

แม้เทคโนโลยีเหล่านี้จะสร้างความสะดวกต่อผู้ใช้ แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงใหม่ เพราะใครก็อาจถูกบันทึกเสียงหรือภาพโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือคนแปลกหน้าในที่สาธารณะ ปัญหานี้จึงเกี่ยวข้องกับสิทธิความเป็นส่วนตัวของคนรอบข้างโดยตรง

เมื่อ AI เริ่มฟังทุกบทสนทนาตั้งใจหรือไม่ ก็อาจเสี่ยงผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว

รายงานของ CNBC เมื่อต้นเดือน ต.ค. 69 ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเตือนว่าการใช้อุปกรณ์ AI ที่ฟังและวิเคราะห์บทสนทนาอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมาย แม้อุปกรณ์จะไม่ได้เก็บไฟล์เสียงไว้ก็ตาม เพราะบางพื้นที่อาจถือว่าการแอบฟังบทสนทนาของผู้อื่นเป็นการละเมิดกฎหมาย

ในสหรัฐฯ Colin Zick ทนายความจากสำนักงานกฎหมาย Foley Hoag เตือนว่า การใช้อุปกรณ์ที่รับฟังบทสนทนาอาจเข้าข่ายกฎหมายว่าด้วยการดักรับการสื่อสารของรัฐแมสซาชูเซตส์ ขณะที่ Daniel Pi นักวิชาการด้านกฎหมาย ชี้ว่าการใช้ฟีเจอร์วิเคราะห์เสียงบน Apple Watch ระหว่างการสนทนาส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร่วมสนทนาทุกคน อาจขัดต่อกฎหมายของรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีด้วย

ฝั่งสหภาพยุโรป คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยุโรป (EDPB) ก็เตือนถึงความเสี่ยงจากแว่นอัจฉริยะที่อาจบันทึกข้อมูลบุคคลโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในสถานที่อ่อนไหว เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และที่ทำงาน

ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของสหภาพยุโรป (GDPR) การเก็บหรือประมวลผลภาพและเสียงที่ระบุตัวบุคคลได้อาจต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูล ผู้รับผิดชอบจึงต้องมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมและปฏิบัติตามหลักความโปร่งใส แต่การบันทึกเสียงไม่ได้ต้องขอความยินยอมในทุกกรณี เพราะยังขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง

กรณีเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อ AI ทำให้การบันทึกและวิเคราะห์บทสนทนาง่ายขึ้น ผู้ใช้จึงต้องเข้าใจทั้งข้อจำกัดของเทคโนโลยีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะความสะดวกของคนหนึ่งอาจกระทบความเป็นส่วนตัวและสิทธิของอีกคนได้

การครอบครองเทคโนโลยีไม่ได้เน้นแค่ความสะดวก แต่ผู้ใช้ “ต้องรู้เท่าทันกฎหมายและคำนึงถึงสิทธิ์ผู้อื่น”

คำเตือนจากสหรัฐฯ และยุโรปทำให้เห็นว่า การใช้ AI ที่สามารถฟังและบันทึกบทสนทนาได้ตลอดเวลา มีประเด็นที่ต้องพิจารณามากกว่าความสะดวกของผู้ใช้ เพราะเสียงที่ถูกบันทึกอาจมีข้อมูลของบุคคลอื่นที่ไม่ได้ยินยอมให้เก็บข้อมูลด้วย ผู้ใช้จึงควรคำนึงถึงความยินยอมของผู้ที่อยู่ในบทสนทนา เพราะการใช้อุปกรณ์ AI หรือการบันทึกเสียงไม่ได้ผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเงื่อนไขทางกฎหมายของแต่ละกรณี 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตาวิกฤติฝุ่นพิษในอินโดนีเซีย_หากลามถึงไทย_เราพร้อมรับมือแค่ไหน

จับตาวิกฤติฝุ่นพิษในอินโดนีเซีย หากลามถึงไทย เราพร้อมรับมือแค่ไหน?

ตอนนี้อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับวิกฤตฝุ่นพิษจากไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมากจากสภาพอากาศที่แห้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้เกิดฝุ่นพิษครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 1.92 ล้านเฮกตาร์ หรือ 19,200 ตารางกิโลเมตรทั่วประเทศ

clock7 ชั่วโมงที่แล้ว
ยุโรปเร่งปิดเว็บไซต์เสี่ยง_หลังพบช่องโหว่ร้ายแรงใน_PHP_กระทบหน่วยงานรัฐและองค์กรหลายแห่ง
ต่างประเทศสังคม

ยุโรปเร่งปิดเว็บไซต์เสี่ยง หลังพบช่องโหว่ร้ายแรงใน PHP กระทบหน่วยงานรัฐและองค์กรหลายแห่ง

clock18 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐเร่งยกระดับดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียน_เตรียมนำร่อง_ห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์_100_แห่ง_พ_ย_นี้

รัฐเร่งยกระดับดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียน เตรียมนำร่อง “ห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์” 100 แห่ง พ.ย. นี้!

clock19 ชั่วโมงที่แล้ว