
ปัจจุบัน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างกำลังพัฒนาอุปกรณ์ AI ที่ฟัง วิเคราะห์ และสรุปบทสนทนาได้ ตั้งแต่แว่นอัจฉริยะของ Meta อุปกรณ์สวมข้อมือ Bee ของ Amazon ไปจนถึงฟังก์ชัน AI บนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยถอดเสียง สรุปข้อมูล จดบันทึกการประชุม เตือนความจำ และจัดการกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
แม้เทคโนโลยีเหล่านี้จะสร้างความสะดวกต่อผู้ใช้ แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงใหม่ เพราะใครก็อาจถูกบันทึกเสียงหรือภาพโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือคนแปลกหน้าในที่สาธารณะ ปัญหานี้จึงเกี่ยวข้องกับสิทธิความเป็นส่วนตัวของคนรอบข้างโดยตรง
เมื่อ AI เริ่มฟังทุกบทสนทนาตั้งใจหรือไม่ ก็อาจเสี่ยงผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
รายงานของ CNBC เมื่อต้นเดือน ต.ค. 69 ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเตือนว่าการใช้อุปกรณ์ AI ที่ฟังและวิเคราะห์บทสนทนาอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมาย แม้อุปกรณ์จะไม่ได้เก็บไฟล์เสียงไว้ก็ตาม เพราะบางพื้นที่อาจถือว่าการแอบฟังบทสนทนาของผู้อื่นเป็นการละเมิดกฎหมาย
ในสหรัฐฯ Colin Zick ทนายความจากสำนักงานกฎหมาย Foley Hoag เตือนว่า การใช้อุปกรณ์ที่รับฟังบทสนทนาอาจเข้าข่ายกฎหมายว่าด้วยการดักรับการสื่อสารของรัฐแมสซาชูเซตส์ ขณะที่ Daniel Pi นักวิชาการด้านกฎหมาย ชี้ว่าการใช้ฟีเจอร์วิเคราะห์เสียงบน Apple Watch ระหว่างการสนทนาส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร่วมสนทนาทุกคน อาจขัดต่อกฎหมายของรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีด้วย
ฝั่งสหภาพยุโรป คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยุโรป (EDPB) ก็เตือนถึงความเสี่ยงจากแว่นอัจฉริยะที่อาจบันทึกข้อมูลบุคคลโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในสถานที่อ่อนไหว เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และที่ทำงาน
ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของสหภาพยุโรป (GDPR) การเก็บหรือประมวลผลภาพและเสียงที่ระบุตัวบุคคลได้อาจต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูล ผู้รับผิดชอบจึงต้องมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมและปฏิบัติตามหลักความโปร่งใส แต่การบันทึกเสียงไม่ได้ต้องขอความยินยอมในทุกกรณี เพราะยังขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง
กรณีเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อ AI ทำให้การบันทึกและวิเคราะห์บทสนทนาง่ายขึ้น ผู้ใช้จึงต้องเข้าใจทั้งข้อจำกัดของเทคโนโลยีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะความสะดวกของคนหนึ่งอาจกระทบความเป็นส่วนตัวและสิทธิของอีกคนได้
การครอบครองเทคโนโลยีไม่ได้เน้นแค่ความสะดวก แต่ผู้ใช้ “ต้องรู้เท่าทันกฎหมายและคำนึงถึงสิทธิ์ผู้อื่น”
คำเตือนจากสหรัฐฯ และยุโรปทำให้เห็นว่า การใช้ AI ที่สามารถฟังและบันทึกบทสนทนาได้ตลอดเวลา มีประเด็นที่ต้องพิจารณามากกว่าความสะดวกของผู้ใช้ เพราะเสียงที่ถูกบันทึกอาจมีข้อมูลของบุคคลอื่นที่ไม่ได้ยินยอมให้เก็บข้อมูลด้วย ผู้ใช้จึงควรคำนึงถึงความยินยอมของผู้ที่อยู่ในบทสนทนา เพราะการใช้อุปกรณ์ AI หรือการบันทึกเสียงไม่ได้ผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเงื่อนไขทางกฎหมายของแต่ละกรณี
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตาวิกฤติฝุ่นพิษในอินโดนีเซีย หากลามถึงไทย เราพร้อมรับมือแค่ไหน?
ตอนนี้อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับวิกฤตฝุ่นพิษจากไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมากจากสภาพอากาศที่แห้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้เกิดฝุ่นพิษครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 1.92 ล้านเฮกตาร์ หรือ 19,200 ตารางกิโลเมตรทั่วประเทศ

ยุโรปเร่งปิดเว็บไซต์เสี่ยง หลังพบช่องโหว่ร้ายแรงใน PHP กระทบหน่วยงานรัฐและองค์กรหลายแห่ง
