
สังคม
ไทยจับมือ MIT ใช้ Deep Tech จัดการน้ำ ดันภาคเหนือ เป็น “ห้องปฏิบัติการน้ำมีชีวิต”
30 ตุลาคม 2569
กระทรวง อว. ประกาศความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน MIT นำเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) และ AI มาแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งของไทย พร้อมเสนอให้ภาคเหนือเป็น “Living Water Laboratory” หรือห้องปฏิบัติการน้ำมีชีวิต เพื่อทดลองและพัฒนานวัตกรรมจากสถานการณ์จริง
โดยมุ่งเปลี่ยนแนวทางการจัดการน้ำจากการเน้นปริมาณน้ำมาให้ความสำคัญกับการควบคุมจังหวะและความเร็วของน้ำ ผ่านการกักเก็บน้ำตั้งแต่ต้นน้ำและฟื้นฟูป่าตามแนวทาง Nature-based Solutions เพื่อลดความรุนแรงของน้ำหลาก
โดยจะนำเทคโนโลยีเซนเซอร์ เรดาร์ และดาวเทียมมาใช้เก็บข้อมูล ควบคู่กับ Hydrological Digital Twin เพื่อจำลองและวิเคราะห์ปัจจัยการเกิดน้ำท่วม รวมถึงทดลองระบบเตือนภัยอัจฉริยะและแนวทางฟื้นฟูป่าในพื้นที่ภาคเหนือ
นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยที่ประชาชนเข้าใจง่ายและเหมาะกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น หลังพบจากเหตุการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านว่า แม้จะมีระบบตรวจวัดข้อมูลทางไกล แต่ประชาชนยังเข้าถึงและทำความเข้าใจข้อมูลได้ยาก
ขณะเดียวกัน ไทยตั้งเป้าเปลี่ยนจากผู้ใช้เทคโนโลยีเป็นผู้สร้างนวัตกรรมด้านน้ำของตนเอง ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 3 ด้าน ได้แก่ แบบจำลอง AI สำหรับพยากรณ์น้ำระดับชาติ (Thai Hydro Foundation Model) ซอฟต์แวร์จำลองการไหลของน้ำเฉพาะลุ่มน้ำไทย (Thailand Water Digital Twin Engine) และเซนเซอร์ต้นทุนต่ำสำหรับพื้นที่ห่างไกล (Thai Water Sensor & Edge AI)
โดยต่อยอดจากองค์ความรู้และระบบ ThaiWater ของ สสน. พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ SMEs และบริษัท Deep Tech เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ Global South ที่เผชิญปัญหาฝนมรสุมและมีภูมิประเทศเขตร้อนคล้ายไทย
เพื่อยกระดับการรับมือภัยพิบัติจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การคาดการณ์และป้องกันล่วงหน้า พร้อมผลักดันนวัตกรรมด้านน้ำให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ของประเทศ
ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละยุทธศาสตร์รับมือวิกฤตของอังกฤษ เมื่อภัยไซเบอร์กลายเป็นอีกเหตุผลที่รัฐบาลเตือนประชาชนให้ตุนอาหาร 3 วัน
ไม่กี่วันก่อน รัฐบาลอังกฤษได้ออกคำแนะนำภายใต้แคมเปญ “Be Ready” กระตุ้นให้ประชาชนเตรียมอาหาร น้ำดื่ม เงินสด และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตด้วยตนเองอย่างน้อย 3 วัน เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

ชำแหละยุทธศาสตร์รับมือวิกฤตของอังกฤษ เมื่อภัยไซเบอร์กลายเป็นอีกเหตุผลที่รัฐบาลเตือนประชาชนให้ตุนอาหาร 3 วัน

