
ปัจจุบัน การสำรวจอวกาศกำลังได้รับความสนใจจากหลายประเทศ เพราะการศึกษาสภาพแวดล้อมและทรัพยากรนอกโลกอาจนำไปสู่องค์ความรู้ใหม่ และต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอนาคต โดยเฉพาะการสำรวจ “ดวงจันทร์” ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการแข่งขันด้านอวกาศ หลายประเทศจึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสำรวจและการตั้งถิ่นฐานในระยะยาว
อย่างสหรัฐฯ ก็มีโครงการ Artemis จีนที่พัฒนาภารกิจ Chang’e และสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ (ILRS) รวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น และรัสเซีย ที่ต่างลงทุนด้านการสำรวจพื้นผิวและศึกษาทรัพยากรบนดวงจันทร์ และฝั่งไทยเราเองก็เริ่มพัฒนานวัตกรรมการสำรวจดวงจันทร์ในอนาคตเแล้ว
คนไทยคิดค้น Lunar Capsule ต่อยอดงานวิจัยสู่การสำรวจดวงจันทร์
หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือการพัฒนา Lunar Capsule หรือต้นแบบแคปซูลที่อยู่อาศัยบนดวงจันทร์ โดย “คุณธนิก นิธิพันธวงศ์” วิศวกรการบินและอวกาศชาวไทย ผู้ก่อตั้งบริษัท Tasger Industries ร่วมมือกับ GISTDA ลงนาม LOI เมื่อปลายเดือน ต.ค. 2569 เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจดวงจันทร์
เป้าหมายของความร่วมมือนี้ คือการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ Lunar Capsule มาใช้เป็นพื้นที่รองรับอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ การทดลอง และเพย์โหลด (Payload) สำหรับปฏิบัติการบนพื้นผิวดวงจันทร์
เทคโนโลยีนี้มีความสำคัญต่อการสำรวจอวกาศ เพราะการสร้างฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ต้องอาศัยระบบสนับสนุนหลายด้าน ตั้งแต่พื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์วิจัย การจัดการสภาพแวดล้อม ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ช่วยให้มนุษย์ปฏิบัติงานได้ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากโลก
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่าง Tasger Industries และ GISTDA ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ไทยมีส่วนร่วมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานจริงบนดวงจันทร์ ทั้งการศึกษาทรัพยากร วิทยาศาสตร์อวกาศ และระบบสนับสนุนการอยู่อาศัยของมนุษย์
แม้ปัจจุบัน Lunar Capsule จะยังอยู่ในขั้นศึกษาวิจัยและต่อยอดเทคโนโลยี แต่ความร่วมมือครั้งนี้ก็นับเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทย ไม่ว่าจะเป็นการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อวกาศ การพัฒนาวัสดุที่ทนต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ระบบสื่อสารและสถานีภาคพื้นดิน ไปจนถึงเทคโนโลยี AI สำหรับควบคุมหุ่นยนต์และระบบเกษตรกรรมในอวกาศ
อุตสาหกรรมอวกาศ โอกาสใหม่ที่ไทยไม่ควรมองข้าม
หากไทยสามารถต่อยอดงานวิจัยเหล่านี้ไปสู่การใช้งานจริง ก็อาจเปิดทางให้มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และผู้ประกอบการไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลก รวมถึงสร้างเทคโนโลยีที่นำกลับมาประยุกต์ใช้กับภาคอุตสาหกรรมบนโลกได้อีกด้วย
โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การสนับสนุนงานวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง เพราะโอกาสของประเทศไทยในอุตสาหกรรมอวกาศอาจเริ่มจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้ภารกิจเหล่านั้นเกิดขึ้นได้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Local Content ไทยโตยาก เพราะอีคอมเมิร์ซไทยติดกับดักแพลตฟอร์ม
ใกล้ถึงเทศกาล 11.11 แอปฯ ช้อปปิงออนไลน์ของหลายคนเต็มไปด้วยโค้ดลดราคา โปรโมชันส่งฟรี และเหรียญคืนเงิน แต่เคยสงสัยไหมว่าเบื้องหลังส่วนลดเหล่านี้ใครเป็นคนจ่ายต้นทุน

