
สังคม
ไทยจะมี "ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์" จุฬาฯ ตั้งศูนย์-ผนึกพันธมิตรดันหลักสูตรควอนตัม หนุนไทยขึ้นแท่นฮับภูมิภาค
26 มกราคม 2569
หลายคนอาจรู้จัก “เทคโนโลยีควอนตัม” จากการที่หลายชาติใหญ่ ๆ เริ่มวิจัยและพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ เพื่อชิงความเป็นที่หนึ่งในยุคเมกะเทรนด์ เพราะสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้รวดเร็วในเวลาสั้น ๆ ซึ่งไทยเองก็พยายามผลักดันเรื่องนี้ โดยเน้นการศึกษาเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกลุ่มต่าง ๆ เช่น ความมั่นคงทางไซเบอร์ การพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่แม่นยำ

ล่าสุด ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิด “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์” (Siam Quantum Square: SQ²) เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมระดับภูมิภาค พร้อมลงนามความร่วมมือ ผนึกความร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่าง IBM บัณฑิตวิทยาลัย และ QTFT
เพื่อเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่จะทำให้ประเทศเปลี่ยนจากการเป็น “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปสู่ “เจ้าของเทคโนโลยี” ได้มากขึ้น ช่วยหนุนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เสริมความมั่นคงไซเบอร์ และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน

ด้าน ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ก็ได้บอกว่า เทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะหลักการควอนตัมถูกใช้ในเทคโนโลยีรอบตัว เช่น สมาร์ทโฟน โซลาร์เซลล์ และเครื่อง MRI ขณะที่ “ควอนตัมคอมพิวเตอร์” กำลังเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับช่วยแก้ปัญหาซับซ้อนที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปทำได้ยาก และอาจกระทบต่อระบบการเข้ารหัสในปัจจุบัน จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลโลก
ซึ่งศูนย์ SQ² ถูกตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงระหว่าง นักวิจัย กับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีควอนตัมในการแก้ไขปัญหาซับซ้อน ที่ในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางเทคโนโลยี และเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศผ่าน 4 พันธกิจหลัก อาทิ การพัฒนาบุคลากรควอนตัม การทำวิจัยเชิงกลยุทธ์ระดับโลกเพื่อสร้างเทคโนโลยีที่ไทยเป็นเจ้าของ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและนานาชาติ ลดความเสี่ยงจากการกีดกันทางเทคโนโลยี และการสื่อสารความรู้ให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจาก “Reinventing University” ภายใต้ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)
นอกจากนี้ ในด้านงานวิจัยและการประยุกต์ใช้ ศูนย์นี้ยังทำเรื่อง Quantum Computing, Quantum AI และมีแผนต่อยอดไปสู่ Quantum Cryptography เพื่อความปลอดภัยข้อมูล รวมถึง Quantum Materials & Devices เพื่อพัฒนาวัสดุอุปกรณ์สำหรับคอมพิวเตอร์ และเซนเซอร์ควอนตัม
พร้อมทำวิจัยระดับโลกควบคู่กับการนำเทคโนโลยีควอนตัมเพื่อใช้แก้ปัญหาจริงในหลายด้าน เช่น การพัฒนายา วัสดุขั้นสูง พลังงาน การแพทย์ การเงิน และการคมนาคม ซึ่งปัจจุบันศูนย์ทำวิจัยด้าน Quantum Computing และ Quantum AI แล้ว และเตรียมขยายไปสู่ Quantum Cryptography เพื่อความมั่นคงไซเบอร์ ระบบเข้ารหัสกันดักฟัง รวมถึง Quantum Materials & Devices ที่พัฒนาวัสดุและอุปกรณ์สำหรับคอมพิวเตอร์และเซนเซอร์ควอนตัมด้วยเช่นกัน
โดยที่ผ่านมา ทางศูนย์ก็มีความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก เช่น มหาวิทยาลัย EPFL จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ CERN ในด้าน Quantum AI สำหรับฟิสิกส์พลังงานสูง รวมถึงทำงานร่วมกับ QTFT สตาร์ทอัพไทยด้านควอนตัม และภาคธุรกิจอย่าง SCBX ในการเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตลงทุนด้วยควอนตัม และ Western Digital เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลสำหรับอนาคต
ซึ่งมีแผนขยายความร่วมมือกับ บริษัท Denso และสถาบัน National Institute of Advance Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเตรียมทำ MOU กับ IBM ประเทศไทย, AIST ญี่ปุ่น และ Qunova Computing เกาหลี
ส่วนในด้านการพัฒนาคน ทางศูนย์ก็มีหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโท-เอกด้านควอนตัม และเตรียมหารือโครงการแลกเปลี่ยนกับ KAIST เกาหลี และ NIMS ญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันก็ได้ร่วมมือกับ IBM บันฑิตวิทยาลัย และ QTFT เพื่อทำหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรผู้บริหาร ที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจไทยพร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมมากขึ้นอีกด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“รัฐมนตรี AI” เกมพลิก ? จากการปรับตัว สู่ผู้ต้องสงสัยการทุจริต
ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นกระแสข่าว “รัฐมนตรี AI” ของรัฐบาลแอลเบเนีย ในชื่อ Diella...

