
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดอบรมสร้างการรับรู้และรับมือข่าวปลอม ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (AFNC) ที่จังหวัดอุบลราชธานี
เพื่อสร้างเครือข่ายต่อต้านข่าวปลอมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ต่อบนสื่อออนไลน์
โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี กล่าวว่า ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนยังเป็นเครื่องมือสำคัญของมิจฉาชีพในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ สร้างความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลจากศูนย์ AOC 1441 ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 66 - 31 พ.ค. 69 พบว่าพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด มีคดีหลอกลวงออนไลน์รวม 126,591 เคส มูลค่าความเสียหายกว่า 7,700 ล้านบาท
โดยจังหวัดอุบลราชธานี พบคดีหลอกลวง 8,833 เคส ความเสียหายกว่า 478 ล้านบาท รูปแบบที่พบมากที่สุดคือ การหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการ การหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ และการหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล
ขณะเดียวกัน ภาคอีสานยังต้องเฝ้าระวังข่าวปลอมด้านความมั่นคงและความปลอดภัยตามแนวชายแดน
โดยช่วงเดือน ม.ค. -พ.ค. 69 พบข้อความเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวกว่า 3.9 ล้านข้อความ ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือน 220 เรื่อง และเป็นข่าวจริง 224 เรื่อง
สะท้อนว่าปัญหาข่าวปลอมยังคงเป็นภัยสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรับมืออย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละความน่ากลัวของ “Digital Footprint” บทเรียนราคาแพงที่อินฟลูฯ ต้องระวัง?
ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปี 67 มีมูลค่าสูงถึง 45,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงพฤติกรรมการตลาดและการเสพสื่อของคนไทยที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันมีคนไทยกว่า 3 ล้านคน ผันตัวมาเป็นครีเอเตอร์ ขณะที่แบรนด์ต่างๆ ก็หันมาทุ่มงบโฆษณาผ่านอินฟลูฯ มากขึ้น จนเม็ดเงินช่องทางนี้คิดเป็น 1 ใน 3 ของงบโฆษณาดิจิทัลทั้งหมดของประเทศ

ชำแหละความน่ากลัวของ “Digital Footprint” บทเรียนราคาแพงที่อินฟลูฯ ต้องระวัง?

