บทบาทสื่อออนไลน์ต่อการเลือกตั้งไทย ใครครองฟีดได้เปรียบ
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

บทบาทสื่อออนไลน์ต่อการเลือกตั้งไทย ใครครองฟีดได้เปรียบ?

เมื่อก่อน การหาเสียงเลือกตั้งของไทยมักเกิดขึ้นบนเวทีปราศรัย ป้ายหาเสียงริมถนน หรือในทีวีไม่กี่ช่อง แต่วันนี้ สื่อออนไลน์ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักของพรรคการเมือง ที่ช่วยให้เข้าถึงประชาชนได้รวดเร็วและกว้างขวางกว่าเดิมมาก

ทำไมสื่อออนไลน์ถึงมีผลกับการเมือง?

หลายปีมานี้สื่อออนไลน์กลายเป็นที่ที่คนพูดถึงการเมืองมากที่สุด ทั้งในข่าว คลิป หรือโพสต์สั้นๆ ที่ค่อยๆส่งผลต่อความคิดและการตัดสินใจของเรา

เพราะอัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มสามารถส่งข้อมูลไปหาคนที่ต้องการได้ตรงกลุ่มทั้งช่วงวัย ความสนใจ พื้นที่ และพฤติกรรมการใช้งาน

ซึ่งถ้าดูข้อมูลจากรายงาน Digital 2026 ของ DataReportal ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งาน Digital ของคนไทย ก็จะพบว่าคนไทยมีบัญชีโซเชียลมีเดียกว่า 56.6 ล้านคน โดยนับเป็น 79.1% ของคนทั้งประเทศ  

นั่นแปลว่าเกือบทุกคนสามารถเข้าถึงเรื่องการเมืองผ่านโซเชียลได้ตลอดเวลา ส่งผลให้การหาเสียงของแต่ละพรรคตอนนี้ ที่นอกจากจะแข่งกันด้วยนโยบายแล้ว ก็ต้องแข่งกันว่าใครจะถูกมองเห็นและถูกพูดถึงมากกว่าในฟีดของประชาชนด้วย 

แพลตฟอร์มไหนที่นักการเมืองใช้เป็นพื้นที่หาเสียงมากที่สุด?

จากผลสำรวจพบว่าพรรคการเมืองนิยมเผยแพร่นโยบายและหาเสียงผ่านทางแพลตฟอร์ม “X” สูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 37% ตามด้วยเว็บไซต์ของพรรค 30%  และ Facebook 22% ตามลำดับ

เพราะ X เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ที่อายุประมาณ 18-34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชอบติดตามข่าวสารที่เร็ว ทันเหตุการณ์

ทำให้สารที่ต้องการสื่อออกไป เข้าถึงทั้งคนรุ่นใหม่ รวมถึงคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องการเมืองได้ง่ายและตรงจุด เพราะเป็นกลุ่มคนที่พึ่งมีสิทธิ์เลือกตั้ง

ซึ่งในบริบทของสื่อออนไลน์ ประชาชนไม่เพียงรับข้อมูลอย่างเดียว แต่ยังช่วยกระจายข้อมูลโดยอัตโนมัติ เพราะทุกการกดไลก์ แชร์ หรือคอมเมนต์ เท่ากับช่วยส่งต่อเรื่องการเมืองไปขึ้นฟีดคนอื่นๆมากขึ้น

แต่ก็มีความเสี่ยงที่ข้อมูลอาจบิดเบือน หรือเป็นแค่ข่าวปั่นกระแสด้านลบจากผู้ไม่หวังดีที่แพร่ออกไปได้เร็วเหมือนกัน เพราะแพลตฟอร์มจะดันโพสต์ที่มีเอนเกจเยอะ แม้ข้อมูลนั้นอาจไม่ถูกต้องก็ตาม

เลยทำให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มใหญ่อย่าง Meta, Google และ TikTok เพื่อกำหนดแนวทางการหาเสียงออนไลน์ ควบคุมโฆษณาการเมือง และลดการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายหรือบิดเบือน

เพราะการอยู่ในยุคที่เจอประเด็นทางการเมืองผ่านฟีดแทบทุกวัน สิ่งสำคัญคือผู้ใช้งานอย่างเราอาจต้องดูให้รอบคอบ ว่าจะเลือกรับ หรือส่งต่อข้อมูลแบบไหน รู้จักตั้งคำถามกับแหล่งข่าว แยกให้ออกว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรเป็นเพียงแค่ความคิดเห็น 

ยิ่งการเลือกตั้งกำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้ ข้อมูล ข่าวสาร และความเห็นจะหลั่งไหลเข้ามามากกว่าปกติ การใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อ ก่อนแชร์ และก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้การเลือกตั้งของเราไม่ถูกชี้นำโดยบุคคลอื่นได้มากขึ้น

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ที่จะพัฒนาและยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้ที่ Tech Movement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สเปนประกาศเตรียมห้ามเด็กใช้โซเชียล_พร้อมเอาผิดผู้บริหารหากปล่อยเนื้อหาผิดกฎหมาย
ต่างประเทศสังคม

สเปนประกาศเตรียมห้ามเด็กใช้โซเชียล พร้อมเอาผิดผู้บริหารหากปล่อยเนื้อหาผิดกฎหมาย

รัฐบาลสเปนประกาศแผนมาตรการเข้มงวดควบคุมโซเชียลมีเดีย โดยจะเสนอร่างกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

clock20 นาทีที่แล้ว
สแกนม่านตาแลกเงินครั้งเดียว_แต่ข้อมูลอาจถูกใช้ซ้ำตลอดชีวิต

สแกนม่านตาแลกเงินครั้งเดียว แต่ข้อมูลอาจถูกใช้ซ้ำตลอดชีวิต

clock1 ชั่วโมงที่แล้ว
ทำไมวัยทำงานเป็นเหยื่อโจรออนไลน์สูงที่สุด_แม้เข้าใจเทคโนโลยีมากที่สุด

ทำไมวัยทำงานเป็นเหยื่อโจรออนไลน์สูงที่สุด แม้เข้าใจเทคโนโลยีมากที่สุด ?

clock18 ชั่วโมงที่แล้ว
บทบาทสื่อออนไลน์ต่อการเลือกตั้งไทย ใครครองฟีดได้เปรียบ?