
ในยุคที่ AI กำลังขับเคลื่อนนวัตกรรมในทุกอุตสาหกรรม เรามักจะได้ยินเรื่องราวการนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ แต่หากนำไปใช้ในทางที่ผิด ก็สามารถกลายเป็นเครื่องมือสร้างความเสียหายได้ไม่ต่างกัน
ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์แห่งชาติ (AOC) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกลโกงรูปแบบใหม่ในชื่อ “Shop Smart Agent” ซึ่งนับเป็นการยกระดับอาชญากรรมไซเบอร์ไปอีกขั้น ด้วยการนำเทคโนโลยีระดับสูง อย่าง “Agentic AI” มาใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ
⚫️ เมื่อ AI สามารถคิดและวางแผนเองได้
การโกงแบบเดิมที่ต้องอาศัยการส่งข้อความหลอกลวง ชักจูงเหยื่อให้หลงเชื่อ แต่เปลี่ยนมาเป็นการใช้ AI ในการเรียนรู้พฤติกรรม วิเคราะห์ความสนใจของเหยื่อ และตอบโต้แบบอัตโนมัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนเหยื่อรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับพนักงานจริงๆ
ซึ่งมิจฉาชีพนำเทคโนโลยี “Agentic AI” หรือ AI อัจฉริยะที่สามารถคิด วิเคราะห์ และทำงานอัตโนมัติ มาใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน จนเกิดเป็นรูปแบบอาชญากรรมไซเบอร์ใหม่ที่ถูกเรียกว่า “Shop Smart Agent”
⚫️ “Shop Smart Agent” ทำงานอย่างไร
- การสร้างหน้าร้านค้าปลอมแบบเรียลไทม์ : ระบบ AI จะสร้างหน้าร้านค้าออนไลน์ปลอมขึ้นมา โดยสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมความสนใจของเป้าหมาย พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหา รูปภาพ และโปรโมชันให้ดึงดูดใจเหยื่อ
- การโจมตีและดักจับข้อมูลทันที : ทันทีที่เหยื่อหลงเชื่อและกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อชำระเงิน
AI จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางดึงข้อมูลเหล่านั้นไปทำธุรกรรมในต่างประเทศหรือที่อื่น ๆ ได้ทันที
- การโต้ตอบที่แนบเนียน : เทคโนโลยีนี้ได้ถูกพัฒนาให้สามารถโต้ตอบ พูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติ และประมวลผลได้แบบวินาทีต่อวินาที ให้เหมือนกับการคุยพนักงานขายจริงๆ
ภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่นี้ มักแฝงตัวมาในรูปแบบร้านค้าออนไลน์ แสดงโฆษณาสินค้าราคาถูกเกินจริง หรือโปรโมชันพิเศษเฉพาะบุคคล โดย AI จะสร้างบทสนทนาที่น่าเชื่อถือ ตอบคำถามได้รวดเร็ว และโน้มน้าวให้เหยื่อโอนเงินหรือกดลิงก์อันตรายได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือ Agentic AI สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีพูดคุยตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานแต่ละคน ทำให้การหลอกลวงมีความแนบเนียน ซับซ้อน และยากต่อการสังเกตมากขึ้นกว่ากลโกงแบบเดิม
⚫️ รับมืออย่างไร ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าก่อนโอนเงิน หลีกเลี่ยงซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ที่ไม่ระบุชื่อผู้ประกอบการ
- หลีกเลี่ยงการกดลิงก์จากข้อความแปลกปลอม
- ห้ามให้รหัส CVV ของบัตรเครดิต หรือรหัส OTP กับใครหรือหน้าเว็บที่ดูไม่น่าเชื่อถือ
- ตั้งสติทุกครั้งก่อนทำธุรกรรมออนไลน์
- ตั้งค่าเพื่อจำกัดวงเงินการใช้จ่ายออนไลน์ไว้ในระดับที่ต่ำ
- ตรวจสอบ SMS จากแอปพลิเคชันธนาคารอย่างสม่ำเสมอ หากพบยอดใช้จ่ายที่ผิดปกติให้รีบอายัดบัตรทันที
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยี AI ที่มนุษย์นำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ มีทั้งด้านดี และไม่ดีขึ้นอยู่กับผู้ที่นำไปใช้ เปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้าน เพราะหากนำไปใช้ในทางที่ผิด ก็สามารถกลายเป็นเครื่องมือสร้างความเสียหายได้เช่นกัน
ทั้งนี้การซื้อขายสินค้าออนไลน์ ควรมีระบบคัดกรองที่เข้มงวดกว่าเดิม และแพลตฟอร์ม หรือร้านค้าควรมีส่วนรับผิดชอบหรือไม่ หากระบบของตนเองกลายเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้มิจฉาชีพหลอกลวงผู้คน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อการพัฒนาประเทศ ควรเริ่มจากการ ฟังเสียงจาก “ประชาชน”
ในอดีต การกำหนดนโยบายสาธารณะมักเป็นหน้าที่ของภาครัฐเป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน สังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น และผู้คนก็มีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป การตัดสินใจจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวจึงอาจไม่สามารถตอบโจทย์ทุกคนได้อย่างครอบคลุม

