
รถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) คันแรกของไทย เริ่มเปิดทดลองใช้แล้วที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ต้นแบบขบวนแรกที่ออกแบบและประกอบขึ้นในไทย เริ่มทดสอบการวิ่งบนรางระยะทาง 450 เมตร
รถไฟฟ้ารางเบาคืออะไร ทำไมต้องมี ?
รถไฟรางเบา คือรถไฟฟ้าที่วิ่งบนราง ใช้รับส่งคนในเมืองแบบเป็นสถานี ๆ คล้ายรถรางหรือรถไฟฟ้า แต่ใช้การลงทุนและการก่อสร้างน้อยกว่ารถไฟฟ้าขนาดใหญ่ อย่าง BTS หรือ MRT โดยเหมาะกับการใช้เมืองขนาดกลางหรือเส้นทางที่ผู้โดยสารไม่หนาแน่นมาก หมายความว่าหากอนาคตโครงการนี้ยังไปต่อได้ ระบบขนส่งของไทยก็จะมีทางเลือกใช้บริการเพิ่มขึ้น ที่อาจขยายไปสู่การให้บริการให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างหวัดได้
ผลงานที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อเสริมแกร่งขนส่งสาธารณะอนาคต
สิ่งที่น่าสนใจคือ รถไฟฟ้าคันนี้เป็นผลงานออกแบบโดยคนไทย โดย ผศ.ดร.ไพวรรณ เกิดตรวจ หัวหน้าโครงการวิจัยรถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็ได้เล่าว่าเป็นงานวิจัยที่ค้นคว้ามาไม่ต่ำกว่า 6-7 ปี ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 และได้รับทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข ต่อเนื่องกว่า 3 ปี
พยายามทำให้ได้มาตรฐานระดับเดียวกับต่างประเทศ ตั้งแต่ส่วนล้อและชุดล้อใต้โบกี้ไปจนถึงระบบขับเคลื่อน ซึ่งตอนนี้ก็ใช้ระบบแบบไฮบริด ที่สามารถวิ่งได้ด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่และการรับส่งไฟฟ้าจากสายไฟเหนือศีรษะ และในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาไปใช้พลังงานไฮโดรเจนเพิ่ม ที่สามารถผลิตชิ้นส่วนเองได้ราว 80% อย่าง ระบบควบคุม ระบบความปลอดภัย การทดสอบ และการซ่อมบำรุง ที่เป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมระบบราง แปลว่าถ้าไทยทำได้ครบก็จะช่วยลดการพึ่งจากต่างประเทศได้มากขึ้น
แผนต่อไปของ “รถไฟรางเบา”
โดยตอนนี้จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในพื้นที่มหาวิทยาลัยก่อนเพื่อทดสอบความพร้อมในการนำไปใช้งานจริงรูปแบบขนส่งสาธารณะในเมือง ซึ่งมีแผนขยายเส้นทางให้บริการรอบบึงแก่นนครเพิ่มเติม พร้อมตั้งเป้าสร้างสถานีใหม่ภายในเวลา 1 ปี
เป็นอีกโครงการดี ๆ ที่แสดงศักยภาพของคนไทยในด้านอุตสาหกรรม ในการสร้างสิ่งที่เป็นของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจจากโครงการที่ภาครัฐ และเอกชนร่วมกันสนับสนุน ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดประโยชน์สู่สาธารณะชนได้อย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนไทยเตรียมรับแรงกระแทก! ภาษีใหม่ปรับเพิ่มอะไร ใครเจ็บสุด?
การปรับเกณฑ์ภาษีรอบใหม่กำลังเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างจริงจัง โดยกระทรวงการคลังเริ่มเดินหน้าหารายได้เข้ารัฐ เพื่อประคองระดับการขาดดุลงบประมาณให้ต่ำกว่า 3% ของ GDP

ทำไมญี่ปุ่นต้องเร่งใช้ JESTA เมื่อการท่องเที่ยวฟื้นแรง จน “ระบบเดิม” รับไม่ไหว
