
“การช้อปออนไลน์” อาจทำให้หลายคนคุ้นกับของถูก โค้ดส่วนลด และโปรส่งฟรี แต่เบื้องหลังความคุ้มเหล่านี้มี “ต้นทุนแฝง” ที่ผู้ขายต้องรับไว้ ทั้งค่าธรรมเนียมและค่าโฆษณาที่สูงขึ้น จนกำไรลดลง แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายหลายร้านต้องยอมขายตัดราคาแข่งกัน เพื่อให้สินค้าตัวเองยัง ถูกมองเห็นในระบบ
เกมของแพลตฟอร์ม = เมื่อ “ความถูก” ถูกออกแบบให้เสพติด
สิ่งที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ทำ ไม่ได้เป็นแค่ตัวกลางการซื้อขาย แต่คือการค่อย ๆ กำหนดพฤติกรรมของผู้บริโภคให้คุ้นชินกับการรอช่วงโปร
ใช้โค้ดส่วนลด และเลือกสินค้าจากราคาที่ถูกที่สุด จนสุดท้าย “ราคา” กลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ มากกว่าคุณภาพหรือความยั่งยืนของธุรกิจ
กลยุทธ์นี้จึงทรงพลัง เพราะทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเล่นตามกติกาเดียวกัน โดยที่แพลตฟอร์มเป็นฝ่ายกำหนดเกมทั้งหมด
ไม่มีทางเลือก? เมื่อร้านค้าต้องพึ่งพาแพลตฟอร์ม
แม้หลายคนจะรู้ว่าค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงบางกรณีที่มีการหักเงินเพื่อทำโฆษณาอัตโนมัติโดยที่ร้านค้าไม่ได้ยินยอม
แต่ก็ยากที่ผู้ประกอบการจะออกจากระบบได้ เพราะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่เป็นแหล่งรวมลูกค้าสำคัญ หากไม่อยู่ก็อาจเสียโอกาสทางธุรกิจไปทันที
สุดท้ายร้านค้าจำนวนมากจึงกลายเป็น “ผู้เล่นที่ไม่มีอำนาจต่อรอง” และจำใจยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ แม้บางอย่างจะไม่เป็นธรรมก็ตาม
เรากำลังเสียอะไรออกนอกประเทศไปบ้าง?
อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือ แพลตฟอร์ม E-commerce หลายแห่งมีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ ทำให้ทุกครั้งที่มีการเก็บค่าธรรมเนียมหรือ GP “เงินส่วนหนึ่งไหลออกนอกประเทศ”
ไม่เพียงแค่นั้น “ข้อมูลการซื้อขายจำนวนมาก” ซึ่งควรเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในการนำไปต่อยอดธุรกิจ ก็อาจถูกจัดเก็บและใช้ประโยชน์อยู่นอกประเทศเช่นกัน
ในระยะยาว เรื่องนี้จึงไม่ได้กระทบแค่ผู้ประกอบการรายย่อย แต่ยังอาจส่งผลต่อโครงสร้างและภาพรวมของระบบเศรษฐกิจในประเทศด้วยเช่นกัน
อยู่กับแพลตฟอร์มอย่าง “รู้เกม”
ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มเพื่อให้ธุรกิจไปต่อได้ แต่สิ่งสำคัญคือการปรับตัวให้ใช้โดยไม่เสียเปรียบจนเกินไป อาจเริ่มจากการมีช่องทางขายของตัวเอง และเก็บฐานลูกค้าไว้โดยตรง เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มมากเกินไป และมองแพลตฟอร์มเป็นแค่หนึ่งในหลายช่องทาง ไม่ใช่ทั้งหมดของธุรกิจ เพราะสุดท้ายแล้ว ธุรกิจจะอยู่รอดได้ คงไม่ใช่เพราะขายถูกที่สุด แต่ต้องเป็นธุรกิจที่คุมต้นทุนและรักษาลูกค้าไว้ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แรงงานระส่ำอีก ! ผ่านไปสัปดาห์เดียว บริษัทยักษ์ใหญ่ประกาศปลดคนแล้วกว่า 4,000 ตำแหน่ง
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่าน หลายคนอาจเห็นข่าวบริษัทยักษ์ใหญ่ 3 เจ้าดังอย่าง Snap, Disney และ BBC มีการประกาศปลดพนักงานรวมราวประมาณ 4,000 ตำแหน่ง แต่เหตุผลของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน

แรงงานระส่ำอีก ! ผ่านไปสัปดาห์เดียว บริษัทยักษ์ใหญ่ประกาศปลดคนแล้วกว่า 4,000 ตำแหน่ง

